เสริมจมูกอย่างไรให้ถูกใจ (3)

6.ไม่อยากเสริม ขอฉีดจมูกไปเรื่อยๆปลอดภัยดี
อันนี้เป็นปัญหาหรือความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นใหม่ เนื่องจากในปัจจุบันมีสารสังเคราะห์ออกมาเป็นจำนวนมาก และถูกนำมาใช้เติมแต่งบริเวณจมูกให้โด่งขึ้น สารบางชนิดมีความปลอดภัย เช่น สารไฮยารูโลนิก เพราะมันสามารถสลายไปได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่ก็มีสารคงรูปหลายชนิด ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสลายนานจนไม่สลายเลยก็มี ปัญหาที่เกิดตามมาก็คือ แม้ว่าโดยตัวเนื้อสารเองอาจหายไปหมดก็ตาม(ซึ่งไม่มีใครรู้ )แต่พังผืดที่เกิดขึ้นทุกๆครั้งที่ฉีดสารนี้เข้าไปก็จะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ทำให้จมูกที่เคยบางก็จะหนาขึ้นและดูโตขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะส่วนปลายจมูก อันนี้ไม่นับรวมถึงสารที่อยู่นานๆพวกที่มีแคลเซี่ยมผสม กรณีหลังนี้พอนานๆผลึกแคลเซียมอาจเคลื่อนตัวมาที่ผิวหนังเป็นตุ่มให้เห็นได้
ดังนั้น การใช้สารเติมเต็มเพื่อเสริมจมูกทำได้ แต่ควรเป็นกรณีที่ต้องการดูว่าถ้าจมูกโด่งแล้วหน้าตาจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างจะดีกว่า ไม่แนะนำการที่ต้องฉีดไปเรื่อยๆเพราะเมื่อถึงวันหนึ่งเมื่อผิวหนังมันหนาขึ้นใครก็ช่วยไม่ได้
  แล้วทำอย่างไรดีจึงจะถูกใจในครั้งเดียว
ก่อนอื่น ต้องถามตังเองก่อนว่าอยากได้จมูกแบบไหน เอาพอมี หรือ เอาแบบสวยเหมือนดาราเกาหลีเลย จากนั้นจึงต้องหันกลับมาพิจารณาว่าใบหน้าของเรานั้นถ้าเอาจมูกดารามาใส่แล้วจะดูสวยเข้ากันได้หรือไม่ ต้องอย่าลืมว่าดาราไม่ว่าชาติไหน ก็จะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้คนเหล่านี้ดูสวยหรือดูหล่อ คงไม่ใช่จมูกส่วนเดียวที่เป็นปัจจัยหลัก (บางคนจมูกไม่สวยด้วซ้ำไป) ถ้าเราคิดว่าอยากได้จมูกแบบนั้นจริงๆ ก็คงต้องกลับมาที่จมูกเดิมที่เรามีอยู่ว่าต้องปรับปรุงแก้ไขส่วนไหนของจมูกบ้าง อย่าไปคิดว่าเสริมจมูกอย่างเดียวจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ถ้าอยากได้จมูกเรียวแต่ฐานกระดูกกว้างก็คงต้องต่อยกระดูกให้แคบลง อยากให้ปลายจมูกยาวเป็นหยดน้ำ ถ้าเรามีเนื้อจมูกมากอยู่แล้วไม่มีปัญหา แต่ถ้าจมูกสั้นหรือเนื้อปลายจมูกบาง อันนี้ ยังไงๆก็ต้องเอากระดูกอ่อนมาช่วยยืดปลายจมูกให้ยาวออกมา จะใช้กระดูกจากผนังกั้นจมูกด้านในหรือกระดูกอ่อนใบหูก็สุดแท้แต่ จะบอกว่าขอไม่ใช้กระดูกแต่อยากได้จมูกยาวๆอันนี้ก็ต้องเตรียมใจไว้เลยว่าอีกไม่นานซิลิโคนก็จะทะลุออกมาอย่างแน่นอน (ซึ่งคงไม่มีหมอบ้าจี้ที่ไหนทำให้) สำหรับกรณีที่ผิวหนังจมูกหนาแต่อยากให้ฐานจมูกเล็ก อันนี้คงต้องทำใจบ้างเพราะแก้ไขไม่ได้ นอกจากตกแต่งบริเวณฐานจมูกให้ดูแล้วไม่รู้สึกว่าหนาเท่านั้นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องนำความต้องการของเราไปพูดเปิดอกกับคุณหมอเลย ส่วนคุณหมอจะให้ความเห็นอย่างไร เราเอง(ขอย้ำ)ต้องเป็นคนพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร เพราะความเห็นของหมอก็เป็นเพียงคำแนะตามประสบการณ์ที่มี ซึ่งก็อาจจะมากน้อยต่างกันไป ถ้าเราไม่เห็นด้วยก็ควรไปปรึกษากับแพทย์ท่านอื่นดูจนกว่าเราจะรู้สึกว่าใช่เลย (อย่างมีเหตุผล) แต่การใช่ก็ไม้ได้แปลว่าจะได้ผลตามที่เราคาดหวังไว้ทั้งหมด ต้องเผื่อใจไว้ด้วย เพราะขึ้นชื่อว่าศัลยกรรมความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ แต่อย่างน้อยก็สื่อสารกันจนเป็นที่เข้าใจทั้งสองฝ่าย ถ้าทำได้ดังนี้โอกาสที่ศัลยกรรมแล้วถูกใจในครั้งเดียวมีอยู่สูงอย่างแน่นอน

เสริมจมูกอย่างไรให้ถูกใจ (2)

3.เสริมจมูกทั้งทีต้องให้โด่งเข้าไว้
ความคิดเช่นนี้นอกจากจะไม่ทำให้เราดูสวยขึ้นแล้วอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ในที่สุด การจะเสริมให้จมูกโด่งแค่ไหนคงต้องดูองค์ประกอบอื่นๆเป็นหลักร่วดด้วย เช่น หน้าผาก ปาก โหนกแก้ม และ คางเป็นต้น เพราะถ้าเราเสริมให้จมูกโด่งโดยที่หน้าผากแบน หรือคางหุบ สุดท้ายก็จะได้จมูกแบบพิน็อคคิโอ ที่มองเห็นแต่จมูกยื่นนำหน้ามาก่อนทุกครั้ง อีกอย่างหนึ่งเราไม่ใช่ฝรั่งการมีจมูกโด่งๆย่อมรู้สึกขัดกับใบหน้าส่วนอื่นหรือไม่ ลองคิดดูดีๆ แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ร้อยทั้งร้อยถ้าทำเช่นนี้ ก็จะต้องกลับมาแก้ไขอย่างแน่นอน เพราะในที่สุดแล้วผิวหนังปลายจมูกจะบางและอาจทะลุออกมาในที่สุดได้ ทีนี้ก็ต้องตามแก้กันยกใหญ่เลยทีเดียว และต้องขอบอกไว้เลยว่าถ้าทะลุแล้วแก้อย่างไรก็ไม่เหมือนเดิมแน่นอน
  4.ตัดปีกจมูกออกเยอะๆหวังให้ปีกจมูกเล็กๆบางๆ
มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องการตัดปีกจมูกออกมากๆ เพื่อให้ปีกจมูกเล็กเหมือนดารา อันนี้เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากการตัดปีกจมูกออกบางส่วนสามารถทำให้ฐานจมูกแคบลงได้บ้างแต่ไม่สามารถทำให้เนื้อปีกจมูกบางลงหรือเล็กลงได้ เนื่องจากเราไม่สามารถลดความหนาของผิวหนังลงได้ การตัดปีกจมูกออกมากๆ อาจทำให้รูจูกแคบเกินไป หายใจลำบาก ที่สำคัญคือฐาน
จมูกจะดูแคบๆแต่หนาๆ ดูแล้วคงตลกพิลึก
  5.ทำมานานเกิน 10ปีแล้วต้องเปลี่ยนใหม่
ข้อนี้เจอเยอะมาก ในกรณีที่เราชอบและดูสวยหรือดูหล่ออยู่แล้วไม่ว่าทำมานานแค่ไหนก็ตาม ถ้ามันไม่มีปัญหา เอียง,บาง,เป็นแท่ง,ใสหรือแดง ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแท่งซิลิโคนแต่อย่างใดเพราะการแก้ไขเปลี่ยนแท่งซิลิโคนใหม่ ก็จะต้องมีความเสี่ยงเหมือนกับการทำใหม่ทุกครั้งไป ซิลิโคนเป็นสารที่อยู่กับเราได้ตลอดชีวิตไม่มีอายุการใช้งานเหมือนซิลิโคนที่ใช้ทำถุงนมที่มักแนะนำให้เปลี่ยนหลัง 10 ปี เนื่องจากเปลือกของถุงนมอาจเสื่อสภาพแล้วซิลิโคนเจลในถุงอาจรั่วออกมาปนเปื้อนกับเนื้อนมโโยไม่รู้ตัว ซึ่งกรณีนี้จะไม่เกิดกับซิลิโคนแท่งที่ใช้เสริมจมูกนอกเสียจากว่าเราไม่ชอบและก็พร้อมรับความเสี่ยงไปพร้อมๆกัน อันนี้คงห้ามกันไม่ได้

เสริมจมูกอย่างไรให้ถูกใจ (1)

 หลังจากที่ได้อ่านการรีวิวศัลยกรรมจมูกจากหลายๆเว็บไซด์ พบว่ายังมีข้อสงสัย ความเข้าใจผิดๆอยู่เป็นจำนวนมาก หลายๆท่านก็สมหวัง ขณะที่อีกหลายท่านก็ผิดหวังอย่างแรง บางท่านแก้กันไม่รู้จักจบสิ้น หนักสุดถึงขนาดขายรถเพื่อนำเงินมาแก้ไขจมูกที่ทำถึง7ครั้งก็มี เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ทำเพราะอยากสวย แต่สุดท้ายไม่สวยแถมได้ทุกข์(ใจ)มาแทน
เริ่มจากความเข้าใจผิดๆ
1.ซิลิโคนต้องนิ่มเกรดเอเท่านั้น
อันนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด เนื่องจากไม่เคยมีใครแบ่งเกรดซิลิโคน ว่าเป็นเกรด เอ เกรด บี หรือ เกรด ซีแต่อย่างใด ทั้งหลายทั้งปวงเป็นการแบ่งเพื่อให้เราต้องจ่ายแพงขึ้นต่างหาก นับเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดชนิดหนึ่ง พบว่าจมูกที่ทำไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งใช้ซิลิโคนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเกรดซี ปัจจุบันก็ยังไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามคนที่ทำด้วยซิลิโคนเกรดเอ กลับต้องแก้แล้วแก้อีกก็มี ดังนั้น การเกรดของซิลิโคนจึงไม่ใช่ประเด็นที่ต้องพิจารณา ขอให้เป็นซิลิโคนที่ผลิตถูกต้องตามหลักการแพทย์ที่เรียกว่า เมดิคอลเกรด(Medical grade)ก็พอ นั่นหมายถึงความบริสุทธ์ของสารซิลิกาซึ่งไม่มีการปนเปื้อนสารอื่น ทำให้ร่างกายไม่ต่อต้านในภายหลัง ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงบริษัทและประเทศที่ผลิตมากกว่า รวมถึงการผ่านการตรวจสอบของอย.เป็นสำคัญ เนื่องจากมีการนำซิลิโคนที่ผลิตโดยไม่ได้ผ่านอย.จากประเทศที่ไม่น่าเชื่อถือเป็นจำนวนมาก
ส่วนประเด็นนิ่มหรือไม่นิ่มดีกว่ากันนั้น เวลาที่แท่งซิลิโคนเข้าไปอยู่ในร่างกายแล้ว จะมีพังพืดมาหุ้มโดยรอบไม่ว่าซิลิโคนนั้นจะนิ่มหรือไม่นิ่มก็ตาม ซึ่งเวลาที่เราสัมผัสก็จะไม่สามรถแยกแยะได้ว่าข้างในเป็นซิลิโคนประเภทใด เพราะความแข็งหรือนิ่มนั้นส่วนสำคัญเกิดจากการใช้แท่งซิลิโคนที่ใหญ่เกินไปหรือไม่ เพราะถ้าเหลาแท่งซิลิโคนให้พอดีกับที่ผิวหนังรับได้แล้ว ก็จะรู้สึกเป็นธรรมชาติที่ไม่แข็ง (แต่คงไม่นิ่มเท่าจมูกปกติ)ดังนั้นซิลิโคนนิ่มจึงไม่ใช้ปัจจัยที่สำคัญสำหรับศัลยกรรมจมูก
2.ต้องแก้หลายๆครั้งจึงจะได้จมูกที่สวย
ข้อนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดมากๆ เพราะการแก้ไขแต่ละครั้งจะทำให้พังผืดในจมูกเพิ่มขึ้นทุกๆครั้ง จมูกที่เคยเล็กก็จะโตมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการจะไปเลาะพังผืดออกก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ การที่บางคนแก้หลายครั้งแล้วดูดีนั้นก็คงเป็นเพราะว่าในที่สุดแล้วสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า เช่น กระดูกจมูกกว้าง แต่อยากได้จมูกเล็กเสริมอย่างไรก็ไม่เล็กซักที บังเอิญหมอท่าน
สุดท้ายทำการทุบกระดูกให้เลยแก้ปัญหาตรงจุดเเป็นต้น หรือในกรณีที่จมูกสั้นแต่อยากได้จมูกยาวเป็นรูปหยดน้ำ การใช้แท่งซิลิโคนอย่างเดียวย่อมไม่สามารถตอบโจทย์ได้ เพราะอาจทำให้แท่งซิลิโคนทะลุออกมาได้ ดังนั้นวิธีที่ถูกต้องก็คือการนำกระดูกอ่อนมายืดส่วนปลายให้ยาวออก ในกรณีนี้ก็ต้องมีการผ่าตัดที่มากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตาม ซึ่งคนไข้ส่วนหนึ่งก็ไม่พร้อม ทำให้ผลออกมาได้ไม่ดี จึงต้องแก้กันอีก ดังนั้นการเลือกวิธีการศัลยกรรมที่ถูกต้องในครั้งแรกจึงเป็นเรื่องที่ควรทำมากที่สุด