Nov 09

หมอศัลยกรรมเถื่อน

หมอเถื่อนหมอศัลยกรรมเถื่อน
จากกรณีหมอเถื่อนที่ีแอบอ้างชื่อแพทย์ เปิดคลินิกทำศัลยกรรมให้กับคนไข้จนเสียชีวิต และมีผู้ร้องเรียนตามมาอีกเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นอะไรหลายๆอย่างในสังคมไทย

1.ความมักง่ายของคน ที่ต้องการความร่ำรวย โดยไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ยิ่งการปลอมเป็นหมอศัลยกรรมเถื่อน เปิดคลินิกเถื่อนยิ่งสาหัส เพราะมันหมายถึงความพิการหรือชีวิตที่ต้องสูญเสียไป โดยมิอาจกลับมาแก้ไขใหม่ได้อีก

2.ความไม่รู้ของคนไข้ การที่เราอยากจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะที่เกิดกับร่างกาย มักไม่หาข้อมูลให้ดีพอ ทั้งๆที่ในปัจจุบันเทคโนโลยี่เอื้ออำนวยให้สืบค้นได้ง่าย ทั้งชื่อแพทย์ หน้าตาของแพทย์ รวมทั้งความเชี่ยวชาญต่างๆ คนส่วนใหญ่มักเชื่อในคำโฆษณา อวดอ้างหรือไม่ก็ราคาถูก โปรโมชั่นเป็นหลัก โดยมักลืมไปว่าเวลาเกิดปัญหาขึ้นแล้ว การแก้ไขนั้นทำได้ยาก ต้องสูญเสียเงินที่มากกว่า แถมยังอาจผิดรูปหรือพิการไปตลอดชีวิต หนักกว่านั้นก็อาจเสียชีวิตไปเลยเฉกเช่นกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดลำปาง

3.ความมักง่ายของแพทย์ ด้วยความต้องการด้านศัลยกรรมความงามที่เพิ่มขึ้น และเป็นแหล่งที่สามารถทำรายได้พอสมควร ทำให้แพทย์ทั้งที่จบใหม่และอยู่ในสาขาต่างๆ พยายามที่จะเข้ามาร่วมวงด้วย แพทย์จำนวนมากเป็นแพทย์ที่จบใหม่ ขาดพื้นฐานและประสบการณ์ด้านศัลยกรรม ก็ตะเกียกตะกายไปเข้าอบรมตามที่มีการจัดขึ้น(มากขึ้นเรื่อยๆ) โดยแพทย์ต่างประเทศบ้าง จากบริษัทเครื่องมือแพทย์บ้าง ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำไปเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจทั้งสิ้น เป็นเวลา 2-3 วันบ้าง หนึ่งสัปดาห์บ้าง จากนั้นก็จะนำใบประกาศนียบัตรของผู้เข้าประชุม มาติดประกาศไว้ในสถานพยาบาลของตนเอง แล้วประกาศว่า ตนเองนั้นคือผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นด้านนี้ ซึ่งพบได้เป็นจำนวนมากในขณะนี้ คนไข้ก็มักจะไม่ทราบว่ามันก็แค่ใบที่บอกว่าคุณเสียตังค์เข้าไปฟังประชุมมา เท่านั้นเอง ใครมีตังค์จ่ายก็ได้ใบนี้เหมือนกัน ไม่มีใครรับรองความสามารถใดๆทั้งสิ้น หมอเหล่านี้ก็พยายามเอาใบประชุมจำนวนมาก มาติดไว้ในคลินิกให้ดูเหมือนว่าตนเองนั้นเชี่ยวชาญจริงๆ และที่แย่กว่านั้นก็คือ การตั้งตัวเองเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นๆของเมืองไทย แล้วประกาศลงในโซเชียลมีเดีย คนไม่รู้ก็นึกว่าเป็นเรื่องจริง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายและน่าเศร้ามากสำหรับวงการแพทย์ไทยในขณะนี้

4.ใช้โซเชียลมีเดียแบบไม่ไตร่ตรองให้ดี ด้วยการเข้าถึงได้ง่ายของข้อมูลจำนวนมาก ทำให้โอกาสที่จะไตร่ตรองข้อมูลที่เข้ามาทำได้น้อยมาก บางเรื่องเป็นเรื่องที่เค้าตั้งใจทำขึ้นมา โดยเฉพาะการรีวิวผลงานการผ่าตัด หลายท่านอาจไม่ทราบว่า มันมีการจ้างวานให้เขียนรีวิวชมเป็นกระบวนการ ถ้าฟังเผินๆจะรู้สึกดีมาก คนไข้จำนวนมากเวลามาหาหมอก็มักจะถามว่า มีรีวิวหรือไม่ แทนที่จะถามว่า ในกรณีของคนไข้นั้นต้องทำอย่างไรบ้าง มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง เป็นต้น แต่กลับไปยึดมั่นถือมั่นกับรีวิว จริงอยู่แม้ว่าการรีวิวที่คนไข้เขียนขึ้นเองมีอยู่จริง แต่นั่นก็เป็นเพียงประสบการณ์ของคนๆหนึ่งเท่านั้นเอง ดูได้ ฟังได้ แต่อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ ต้องเข้าไปปรึกษากับแพทย์เองเท่านั้น ขอเน้นปรึกษากับแพทย์เองเท่านั้น ไม่ใช่คุยกับเจ้าหน้าที่ที่คอยต้อนหน้าต้อนหลัง เค้ามีหน้าที่ขาย ไม่ใช่แพทย์ ให้คุยกับแพทย์ที่จะเป็นคนลงมือผ่าตัดให้ ไม่ใช่คุยกับแพทย์คนหนึ่ง แต่ให้อีกคนหนึ่งทำให้ อันนี้ก็ไม่น่าจะโอเคเท่าไหร่ ยกเว้นว่าได้รับการบอกกล่าวอย่างชัดเจนแล้ว และเรายินยอมพร้อมใจ แต่อย่างไรเสีย ต้องคุยกับแพทย์คนที่จะลงมือผ่าตัดให้จะเป็นการดีที่สุด

ศัลยกรรม ฟังดูเหมือนอะไรง่ายๆ หมอไหนๆก็ทำได้ ถ้ามันง่ายจริงๆอย่างที่กล่าวอ้าง คงไม่ต้องใช้เวลาเรียนต่ออีก 5 ปี หลังจากจบแพทย์ศาสตร์บัณฑิตแล้ว จึงจะได้ใบที่เรียกว่า วุฒิบัตรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง ซึ่งรับรองโดยแพทยสภา ไม่ใช่รับรองโดยตนเองหรือใครก็ไม่รู้
ดังนั้น ก่อนที่ท่านจะก้าวเข้าสู่วงการศัลยกรรม จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

Sep 13

เปรียบเทียบการเสริมหน้าผาก

เปรียบเทียบการเสริมหน้าผาก
endo_silicone

เนื่องจากยังมีผู้สงสัยจำนวนมากเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของการเสริมหน้าผาก เลยทำเป็นตารางเปรียบเทียบมาให้ดู ประกอบการพิจารณา

 

 

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียการเสริมหน้าผากด้วยวิธีต่างๆ

การเติมด้วยไขมัน การเติมด้วยสารเติมเต็ม การเสริมหน้าผากผ่านกล้อง
อาการแพ้ ไม่แพ้ โอกาสแพ้ได้ โอกาสแพ้น้อย
ชนิดการรักษา เป็นศัลยกรรมเล็ก ใช้การฉีดไม่ใช่ศัลยกรรม ผ่าตัดผ่านกล้อง แผลเล็ก
ระยะพักฟื้น ปานกลาง3-5 วัน สั้น 1-3 วัน ยาว 5-7 วัน
บวมปานกลาง บวมน้อย บวมมากกว่า
ผลที่ได้ ควบคุมรูปร่างความนูนได้ยาก ควบคุมรูปร่างความนูนได้พอควร กำหนดรูปร่างความนูนได้  เป็นซิลิโคนสั่งทำเฉพาะบุคคล
โอกาสเป็นคลื่นไม่เรียบมีสูง โอกาสเป็นคลื่นไม่เรียบมีได้ปานกลาง เรียบสม่ำเสมอ ไม่เป็นคลื่น
โอกาสต้องทำซ้ำมีสูงเนื่องจากไขมันสลายตัว ต้องทำซ้ำทุกปี ทำผ่าตัดเพียงครั้งเดียว
การแก้ไข ทำได้ยาก เนื่องจากมีพังผืด ทำได้ง่ายกว่า แต่มักไม่เรียบเหมือนเดิม ไม่ต้องแก้ไขอีก
ในกรณีที่ไม่ต้องการอีก แก้ไขไม่ได้ ต้องรอให้สลาย หรือฉีดสลายทิ้ง แต่มักไม่หมด สามารถผ่าตัดเอาออกได้เลย

ใครที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสริมหน้าผากผ่านกล้อง สามารถอ่านกระทู้ก่อนหน้านี้ได้  และถ้ายังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถ อีเมล์มาปรึกษาได้ครับ ที่ consult@siamswan.com หรือโทรปรึกษาได้ที่ สยามสวอน คลินิก 02-6584884-6

Aug 16

Nano fat

Nano Fat

nanofat ปัจจุบันการเติมไขมันเข้าสู่ร่างกาย เป็นเรื่องที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเติมเพื่อแก้ไขความไม่สมดุลย์ของใบหน้าด้วยการเพิ่มปริมาตรในส่วนต่างๆเช่น ใต้ตา ตาที่ลึก แก้มตอบหรือขมับตอบ รวมถึงการนำไขมันจำนวนมากเติมไปที่หน้าอกเพื่อเพิ่มขนาดของเต้านม เป็นการทดแทนการเสริมหน้าอกด้วยถุงนมซิลิโคนหรือใช้ร่วมกัน เป็นต้น ทั้งหมดล้วนเป็นการเติมไขมันชนิดที่เรียกว่า Microfat transfer หรือเป็นการเติมไขมันที่มีอนุภาคขนาดเล็กประมาณ 1.4-2.4 มม. ซึ่งจุดประสงค์หลักคือการเพิ่มปริมาตรหรือมิติ ซึ่งถือว่าMicrofat สามารถแก้ไขปัญหาใบหน้าและหน้าอก ได้ดีมากพอสมควร ถ้าใช้อย่างถูกต้อง

เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถทำให้เราแยกเซลไขมันที่มีขนาดเล็กลงไปได้อีก จนถึงขนาดที่ต่ำกว่า 1.4 มม.ที่เรียกว่า ไขมันนาโน (Nano Fat) ทำให้เราสามารถที่จะนำไขมันเหล่านี้มาเติมในตำแหน่งที่ตื้นๆได้ ซึ่ง Microfat ทำไม่ได้ อาทิเช่น ร่องแก้ม และร่องน้ำตาเป็นต้น โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องเซลไขมันจับตัวเป็นก้อน ลดปัญหาผิวที่ไม่เรียบ เพิ่มอัตราการอยู่รอดของเซลไขมัน อีกทั้งยังมีผลให้ผิวหนังที่ได้รับ Nano fat นั้นได้รับเลือดมาหล่อเลี้ยงมากขึ้นส่งผลให้เซลผิวหนังบริเวณนั้นๆดูสดใสมากขึ้น แพทย์บางท่านจึงใช้ผลอันนี้มาใช้ในการทำ Facial rejuvenation by Nano fat คล้ายๆกับทำเลเซอร์ให้หน้าเด้งหน้าใส นอกจากการทำให้หน้าเด้งหน้าใสแล้ว ยังสามารถใช้ได้กับใต้ตาคล้ำอีกด้วย อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ต้องใช้ประสบการณ์พอสมควร อีกทั้งผลที่ได้อาจอยู่ไม่นานนัก แล้วแต่บุคคลและเทคนิกที่ใช้

โดยสรุป ในปัจจุบัน เราสามารถนำเซลไขมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้หลากหลายทั้ง Microfat และ Nano fat ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการนำมาใช้เป็นหลัก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นกับประสบการณ์ของแพทย์เป็นหลัก แม้ว่าการเติมไขมันดูเหมือนจะเป็นวิธีการที่ไม่ยากนัก เหมือนว่าหมอไหนๆก็ทำได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันต้องเลือกเคส ชนิดไขมันที่เหมาะสม เทคนิกในการเติม รวมทั้งปริมาณที่จะเติมอย่างพอเหมาะ ไม่เช่นนั้นแล้วมันจะก่อให้เกิดปัญหาที่ยากต่อการแก้ไขในภายหลัง ยากกว่าปัญหาที่เกิดจากฟิลเล่อร์เสียอีก แต่ถ้าทำดีๆแล้วผลจะดีกว่าฟิลเล่อร์มาก ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจทุกครั้ง

Older posts «

» Newer posts