ยกหางตา แผลใต้คิ้ว

ยกหางตา แผลใต้คิ้ว (SubBrow Lift)

หลายท่านสอบถามมาเรื่องการยกหางตาด้วยการผ่าตัดบริเวณใต้คิ้ว ที่เรียกว่า ซับบราว (SubBrow Lift) ความจริงวิธีนี้มีการใช้ในหมู่ศัลยแพทย์ตกแต่งมานานแล้ว เพียงแต่ไม่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากความกังวลเรื่องแผลเป็น ซึ่งในปัจจุบันให้การยอมรับได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับผลที่ได้

ใครที่เหมาะกับวิธีนี้
ไม่ใช่ทุกคนที่มีปัญหาหางตาตกแล้วจะเหมาะกับวิธีนี้ เนื่องจากการผ่าตัดผิวหนังที่อยู่ใต้คิ้วออก แล้วเย็บเข้าหากัน แม้ว่าจะช่วยทำให้ชั้นตาสูงขึ้น หางตาตกน้อยลง แต่ขณะเดียวกันก็จะ “ดึงแนวคิ้วให้ต่ำลงมา” ด้วยเช่นกัน มากหรือน้อยขึ้นกับขนาดของผิวหนังที่ถูกตัดออกไป ดังนั้นคนที่จะใช้วิธีนี้ได้ จึงควรเป็นผู้ที่มีแนวคิ้วอยู่สูงจากขอบขนตาบนพอสมควรในเวลาลืมตาปกติ ส่วนจะห่างแค่ไหนจึงจะพอนั้น ต้องขึ้นกับประสพการณ์ของแพทย์เป็นหลัก เพราะถ้าไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียด หลังผ่าตัดจะแย่กว่าเดิม และการแก้ไขต่อจากนั้นจะยุ่งยากมากทีเดียว

แผลเป็นชัดหรือไม่
เนื่องจากแผลส่วนใหญ่จะถูกซ่อนให้อยู่ชิดกับขอบล่างของคิ้ว จึงเห็นได้ไม่ชัดเจน ใครที่คิ้วหนาก็จะได้เปรียบในการซ่อนแผลมากกว่า อย่างไรก็ตาม แผลจะสวยหรือไม่ยังขึ้นอยู่กับความละเอียดในการเย็บแผลของแพทย์ด้วยเช่นกัน

ในกรณีที่หางตาตกและแนวคิ้วต่ำ ควรทำอย่างไร
ในกรณีเช่นนี้เป็นข้อห้ามในการทำSubBrow Lift ดังนั้นเราจึงต้องเน้นการยกที่อยู่เหนือแนวคิ้วขึ้นไป อันได้แก่
1.การผ่าตัดผิวหนังที่อยู่เหนือคิ้ว (SupraBrow Lift) วิธีนี้แนวแผลจะอยู่ขอบบนของคิ้ว ซึ่งแผลจะเห็นได้ชัดกว่าการผ่าตัดใต้คิ้วเล็กน้อย
2.การผ่าตัดยกคิ้วและหางตาผ่านกล้อง (EndoLift) ด้วยวิธีนี้แผลทั้งหมดจะถูกซ่อนไว้ในหนังศรีษะ ผลที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าวิธีอื่นๆ

ดังนั้นการแก้ไขหางตาตก ด้วยการผ่าตัดใต้คิ้วหรือซับบราว จึงจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมเป็นกรณีๆไป ไม่ควรทำตามแฟชั่น ไม่เช่นนั้นจะได้ตาที่ “แก่กว่าวัย”มาแทน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ Inbox หรือสอบถามได้ที่
Line :@siamswan
Mail: consult@siamswan.com
หรือโทร 02-6584884-6

ดึงหน้าสมาร์ทลิฟต์

ดึงหน้าด้วยไหมรังผึ้ง (Smart Lift)


ถ้าพูดถึงการร้อยไหมที่ใบหน้า เข้าใจว่าหลายคนคงรู้จักเป็นอย่างดี เพราะมีให้บริการอยู่ทั่วไป แต่ถ้าพูดถึง “การยกหรือดึงหน้า” ที่หย่อนคล้อยด้วยไหม หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งความจริงคือ “ไม่ใช่”

การใช้ไหมกับใบหน้ามีสองระบบด้วยกัน ระบบแรกคือไหมลอย (Floating threads) เป็นการสอดไหมจำนวนมากเข้าใต้ผิวหนัง โดยไม่มีการยึดตรึงแต่อย่างใด เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่่อ “ร้อยไหม” ใบหน้า ซึ่งโดยตรรกะแล้วไม่น่าจะยกผิวหนังที่หย่อนคล้อยขึ้นได้ เนื่องจากตัวไหมเองจะลอยอยู่ในผิวหน้า คล้ายๆกับเศษด้ายที่ลอยบนผิวน้ำ อย่างมากก็อาจรู้สึกได้ถึงความกระชับในช่วงแรก เนื่องจากอาการบวมที่เกิดขึ้นหลังการร้อยไหม ผลเช่นนี้จึงอยู่ไม่นาน

อีกระบบหนึ่งเรียกว่าไหมแขวน (Suspension threads) เป็นการใช้ไหมชนิดพิเศษจำนวน 4 เส้น สอดเข้าใต้ผิวหนังในชั้นลึก แล้วดึงใบหน้าที่หย่อนคล้อยขึ้น ไปยึดตรึงไว้กับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบริเวณขมับ ซึ่งเป็นจุดที่มีความแข็งแรง เปรียบได้กับการแขวนผ้าไว้กับตะขอที่ผนัง โดยที่ตัวไหมเองจะมีลักษณะพิเศษที่สามารถเกาะเกี่ยวและยึดผิวหนังที่ไหมพาดผ่านให้ยกตามขึ้นไปได้ ไหมชนิดนี้จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ผู้ผลิต จากประสพการณ์ที่ผ่านมา พบว่าไหมที่มีลักษณะเป็นแบบรังผึ้ง (Smart Lift) สามารถยกผิวหนังได้กระชับและแข็งแรงกว่าไหมในรุ่นก่อนๆ ทำให้ผลการรักษาอยู่ได้ยาวนานกว่า ประมาณ 1-3 ปี ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

อย่างไรก็ตาม การใช้ไหมรังผึ้งสำหรับการดึงหน้า คงไม่สามารถใช้ได้กับทุกกรณี จำเป็นต้องได้รับการตรวจและประเมินสภาพผิวหน้าและระดับของการหย่อนคล้อยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่กับวิธีนี้

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ Inbox หรือสอบถามได้ที่
Line :@siamswan
Mail: consult@siamswan.com
หรือโทร 02-6584884-6

บอกลา…ถุงใต้ตาอย่างถาวร ด้วยเลเซอร์

ในปัจจุบันจะมีการโฆษณาการรักษาถุงใต้ตาด้วยสารพัดวิธี ตั้งแต่ใช้การป้ายด้วยครีมหรือยา(กาว) การร้อยไหม(สารพัดไหม) การฉีดฟิลเล่อร์เพื่อกลบเกลื่อนถุงใต้ตา การใช้เครื่องกระตุ้นคอลลาเจนใต้ตา เป็นต้น แต่ละวิธีล้วนโฆษณาสรรพคุณว่าได้ผล โดยไม่ต้องผ่าตัด แล้วความจริงมันเป็นเช่นไร

ต้องเข้าใจก่อนว่า ถุงหรือไขมันใต้ตาเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในเบ้าตาทุกคน มากน้อยต่างกันไปแล้วแต่พันธุกรรม เมื่อเวลาผ่านไปผนังกล้ามเนื้อรอบดวงตาหย่อนยานลงจากอายุที่มากขึ้น ร่วมกับการใช้สายตาที่มากเกิน ทำให้ถุงหรือก้อนไขมันดันตัวออกมาให้เห็นได้จากภายนอกชัดมากขึ้น ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูไม่สดใสหรือดูอิดโรยมากกว่าที่ควรจะเป็น

ดังนั้นการรักษาด้วยการใช้ยาทา การร้อยด้วยไหม หรือการกระตุ้นคอลลาเจน คงไม่สามารถทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ส่วนการเติมฟิลเล่อร์เพื่อกลบความชัดนูนของถุงใต้ตาก็เป็นการรักษาที่ปลายเหตุและก็ได้ผลชั่วคราวเท่านั้น และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการตกค้างของฟิลเล่อร์ได้

การผ่าตัดเพื่อลดขนาดของถุงหรือไขมันใต้ตา จึงเป็นการรักษาที่ต้นเหตุอย่างได้ผลและถาวรกว่า การผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์ (Laser eye bag) จากด้านในของหนังตาล่างด้วยแผลขนาดเพียงหนึ่งเซนติเมตร สามารถเอาส่วนเกินของถุงไขมันออกได้ เอาออกเท่าที่จำเป็นจึงไม่ทำให้เกิดตาลึกโบ๋อย่างที่หลายคนกลัว ไม่มีแผลภายนอกให้เห็น เห็นผลทันที ปลอดภัย และมีระยะพักฟื้นที่สั้นมากๆ เป็นวิธีมาตรฐานทางการแพทย์ที่ใช้กันมานานอย่างได้ผล

ดังนั้น ทำไมจึงต้องเสียเวลาไปลองกับวิธีอื่นๆ ทั้งๆที่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพียงเพราะกลัวคำว่า “การผ่าตัด” เท่านั้นหรือ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ Inbox หรือสอบถามได้ที่
Line :@siamswan
Mail: consult@siamswan.com
หรือโทร 02-6584884-6

#ถุงใต้ตา #เลเซอร์ถุงใต้ตา #ผ่าตัดถุงใต้ตา #ฟิลเล่อร์ใต้ตา #สยามสวอนคลินิก