Dec 08

ฉีดไขมันทั่วหน้าจำเป็นมั้ย

ฉีดไขมันทั่วหน้าจำเป็นมั้ย
Fillerยังมีคนไข้จำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจเรื่องการเติมเต็มไขมันบนใบหน้า หลายครั้งที่มักจะขอให้เติมทั่วใบหน้า ด้วยความเข้าใจว่า การเติมไขมันทั่วใบหน้าจะทำให้ใบหน้าดูเด็กลง จริงอยู่แม้ว่าการเติมไขมันบนผิวหน้าจะทำให้ผิวบริเวณที่เติมนั้นดูสดใสขึ้น แต่ก็เป็นในระยะแรกๆเท่านั้น จากนั้นผิวก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม แต่มีความอิ่มหรือเต็มมากขึ้นตามจำนวนไขมันที่เติมเข้าไปและที่หลงเหลืออยู่
จุดประสงค์หลักของการเติมไขมัน
จริงๆแล้วการเติมเต็มด้วยเซลไขมันตนเอง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นการเติมเพื่อให้เต็ม ดังนั้น การใช้ไขมัน จึงเป็นไปเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องปริมาณเป็นหลัก เช่น แก้มตอบ ขมับตอบ ร่องแก้มลึก เป็นต้น อีกเหตุผลหนึ่งก็คือการเติมเพื่อปรับแต่งให้มีมิติมากขึ้น เช่น การเติมโหนกแก้ม หน้าผากหรือคางเป็นต้น จะมีบ้างที่นำไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสีที่คล้ำบริเวณใต้ตา แต่ผลมักไม่แน่นอน และต้องใช้ประสพการณ์ขั้นสูงถึงจะทำได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่มีข้อไหนที่จะทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้นเลย
การเติมทั่วใบหน้ามีข้อเสียหรือไม่
แน่นอนครับ อะไรที่มากเกินไป ย่อมไม่มีผลดี อย่าลืมว่าไขมันก็เป็นเซลชนิดหนึ่ง เมื่อเข้าสู่ผิวหน้าแล้วก็จะเป็นเซลไขมันในจุดนั้นๆ ดังนั้น อาจทำให้ผิวหน้าบริเวณนั้นๆมีไขมันมากจนเกินไป โดยเฉพาะกรณีที่เราอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวมากขึ้น การเอาเข็มเข้าไปในผิวหนังโดยไม่จำเป็นจากการฉีดไขมันก็จะทำให้เกิดบาดแผลใต้ผิวหนังและเกิดเป็นพังผืดโดยไม่จำเป็นเช่นกัน แม้จะไม่มากก็ตาม

ดังนั้นการใช้ไขมันมาเติมเต็มบริเวณใบหน้า จึงควรเลือกเฉพาะบริเวณที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น อย่าไปคิดว่าเติมทั้งทีเติมให้ทั่วใบหน้าเลยจะได้หน้าเด็ก จะคิดแบบการทาเครื่องสำอางไม่ได้เด็ดขาด เพราะไขมันเข้าแล้วออกไม่ได้ จะมาเอาออกในภายหลังก็ยากมาก

กล่าวโดยสรุปก็คือ การเติมเต็มไขมัน ควรใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น อย่าหลงผิดว่าจะทำให้หน้าเด็กและอย่าหลงคำโฆษณากับประเภทเหมาจ่ายทั่วหน้าด้วยไขมัน ไม่เช่นนั้น คุณอาจได้จ่ายแพงอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อนแน่นอน

Nov 03

ตาสองชั้นกับเบ้าตาลึก

ตาสองชั้นกับเบ้าตาลึก
holloweyeปัญหาเบ้าตาลึก มีหลายสาเหตุด้วยกัน
1.เป็นจากเชื้อชาติ(Race) มักพบในกลุ่มของชาวยุโรปหรือตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นธรรมชาติเนื่องจากเบ้าตามีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับขนาดของลูกตา เราจึงเห็นว่าคนกลุ่มนี้จะดูเหมือนมีตาสองชั้นที่ลึกมาก เป็นผลจากตาลึก ไม่ใช่ตาสองชั้นจริงๆ
2.เป็นผลจากภาวะโรค(Disease) เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตั้งแต่กำเนิด ซึ่งภาวะนี้อาจไม่ใช่เบ้าตาลึกที่แท้จริง แต่เป็นผลของกล้ามเนื้อลืมตาที่อ่อนแรง ตาด้านที่อ่อนแรงจะดูเหมือนมีความลึกมากกว่าอีกด้านหนึ่ง แต่เมื่อเราแก้ไขเรื่องกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแล้ว ภาวะตาลึกก็จะดีขึ้นเอง ยกเว้นบางรายที่มีเรื่องของตาลึกร่วมอยู่ด้วยจริงๆ
3.เป็นไปตามวัยหรือน้ำหนักที่ลดลง (Aging/Weigth loss) ไขมันโดยรอบเบ้าตาในบางรายจะมีอาการฝ่อลงเมื่ออายุมากขึ้น หรือรายที่ลดน้ำหนักลงมากๆ ก็ทำให้ไขมันในเบ้าตาลดลงจนเห็นเป็นเบ้าลึกชัดเจนได้
4.เป็นผลจากการผ่าตัดหนังตาบน (Iatrogenic) หรือโรคหมอทำ แพทย์ที่ไม่มีความชำนาญมักตัดเอาไขมันตาบนออกมากจนเกินไป หรือทำตามตำราโดยไม่ดูความเป็นจริง ทำให้เกิดภาวะเสมือนหนึ่งเบ้าตามีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับขนาดลูกตา หลังผ่าตัด ตาจึงดูลึกผิดปกติ ซึ่งภาวะตาที่ลึกมักแสดงถึงความชรามากกว่าความอ่อนเยาว์

ชั้นตากับเบ้าตาลึก
คนที่มีเบ้าตาลึกมีทั้งที่ไม่มีชั้นตา มีชั้นตาที่เท่ากัน หรือมีหลายชั้นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดของความลึกและชั้นตาเดิมที่อาจมีอยู่บ้าง
การแก้ไข
ต้องพิจารณาสาเหตุเป็นสำคัญ ส่วนใหญ่แล้ว ต้องแก้ไขทั้งภาวะตาที่ลึก ร่วมกับการทำให้เกิดชั้นตาที่เท่ากัน การแก้ไขปัญหาตาลึกที่ได้ผลดีในปัจจุบัน คือการเติมเต็มด้วยเซลไขมันตนเอง (microfat transfer) และควรได้รับการแก้ไขก่อนที่จะเซ็ตชั้นตาใหม่

ปัญหาที่พบในขณะนี้คือแพทย์ที่ขาดประสพการณ์มักไม่เข้าใจสาเหตุและปัญหาที่เกิดขึ้น จึงพยามยามที่จะผ่าตัดตาสองชั้นในคนไข้ที่เบ้าตาลึก ซึ่งมักจะไม่สำเร็จ หรือไม่ก็เกิดเป็นตาสองชั้นที่สูงมากๆเหมือนตาฝรั่ง หรือไม่ก็ทำให้เกิดภาวะเบ้าตาลึกเสียเอง ซึ่งพบได้บ่อยมากในปัจจุบัน(เนื่องจากแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง เข้ามาทำศัลยกรรมมากขึ้น) ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นยากที่จะแก้ไขให้ดีเหมือนเดิมได้

ดังนั้น ปัญหาเบ้าตาลึกกับตาสองชั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่หมอคนไหนก็ทำได้ มีขั้นมีตอนที่ละเอียดอ่อน บางครั้งต้องทำเป็นหลายขั้นตอนจึงจะได้ผล แต่ก็ยังง่ายกว่าการแก้ไขปัญหาตาลึกที่เกิดจากแพทย์ทำแน่นอนครับ
” ตาลึก จึงมากกว่าความลึกที่มองเห็น”

Aug 18

เสริมจมูกแนวใหม่

เสริมจมูกแนวใหม่ (Hybrid nose)
hybridnoseในปัจจุบันการเสริมจมูกมีหลายวิธีด้วยกัน ตั้งแต่การฉีดเสริมจมูก การเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน การเสริมด้วยแผ่นGortex เป็นต้น แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดเป็นการเสริมด้วยวัสดุสังเคราะห์ ซึ่งหลายๆท่านอาจไม่ต้องการสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย หรือบางท่าน เคยเสริมด้วยวิธีดังกล่าวมาแล้ว แต่ไม่ประสพความสำเร็จเท่าที่ควร เช่นในรายที่ผิวหนังบางหรือในรายที่ฐานจมูกเอียง เป็นต้น ดังนัั้นการใช้เนื้อเยื่อของเรามาเสริมจมูกจึงเป็นทางออกสำหรับกรณีนี้
การเสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อของเราเอง เป็นอย่างไร
เป็นการปรับแต่งจมูกให้ดูได้รูปทรงมากขึ้น ด้วยการใช้เนื้อเยื่อของเราเอง เช่น กระดูกอ่อน ผิวหนังแท้หรือไขมัน กระดูกอ่อนก็สามารถนำมาจากใบหู หรือกระดูกซี่โครง ส่วนของหนังแท้ก็มักจะนำมาจากบริเวณที่สามารถซ่อนแผลผ่าตัดได้ เช่นร่องแก้มก้น ร่องใต้ก้นหรือขาหนีบ เป็นต้น ส่วนไขมันก็สามารถนำมาจากส่วนใดก็ได้ที่มีไขมัน เช่น หน้าท้อง เป็นต้น

แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การเสริมจมูกด้วยการใช้ไขมัน ไม่ว่าจะเป็นการฉีดหรือเอาชิ้นไขมันไปเสริม เป็นวิธีที่ได้ผลน้อยที่สุด เนื่องจากเราไม่สามารถควบคุมการอยู่รอดของเซลไขมันได้ ไขมันมักจะหายไปในที่สุด และอาจทิ้งร่องรอยของความไม่เรียบไว้ให้ดูต่างหน้าอีกต่างหาก
การเสริมด้วยหนังแท้ โอกาสที่หนังแท้จะรอดและเพิ่มความโด่งให้กับจมูกมีมากกว่าไขมันแต่ก็ไม่สามารถเทียบกับความโด่งที่เกิดจากแท่งซิลิโคนได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาหรือจำนวนชั้นของหนังแท้ที่ใช้ด้วยเช่นกัน ในรายที่ผิวหนังหนา ก็สามารถโด่งได้มากกว่าในรายที่ผิวบางเมื่อใช้จำนวนชั้นเท่ากัน วิธีนี้ให้รูปทรงได้เนียนกว่าการใช้ไขมัน และดูเป็นธรรมชาติในระยะยาว เหมาะกับผู้ที่ต้องการความโด่งไม่มาก หรือโด่งเฉพาะที่ หรือในรายที่ต้องการเสริมให้หนังจมูกหนาขึ้น เพื่อรองรับแท่งซิลิโคนในอนาคตเป็นต้น แต่วิธีนี้ไม่สามารถให้จมูกดูคมหรือโด่งได้เท่าแท่งซิลิโคน
การเสริมด้วยกระดูกอ่อน โดยทั่วไปการนำกระดูกอ่อนมาใช้จะถือหลักว่าต้องไม่เกิดแผลเป็นที่เห็นได้ชัด ดังนั้นจึงนิยมที่จะใช้กระดูกอ่อนหลังใบหู หรือจากผนังกั้นจมูก มากกว่ากระดูกอ่อนซี่โครง แต่ก็มีข้อจำกัดคือปริมาณกระดูกอ่อนที่ได้จากหลังใบหู หรือผนังกั้นโพรงจมูกมักมีปริมาณไม่มาก จึงไม่สามารถมาทดแทนหรือเสริมตลอดแนวสันจมูกได้ ส่วนใหญ่จึงนิยมนำมาใช้กับปลายจมูกเท่านั้น เนื่องจากกระดูกอ่อนสามารถทำให้เกิดรูปร่างได้มากกว่าตัวหนังแท้ การทำให้ปลายจมูกโด่งหรือปลายจมูกพุ่งจึงทำได้ง่ายกว่า
การเสริมจมูกแนวใหม่ (Hybrid nose)
เป็นการผสมผสานของการใช้ผิวหนังแท้ร่วมกับกระดูกอ่อน เพื่อให้ได้ความสูงและปลายที่มีรูปร่างตามที่ต้องการ เป็นการแก้ข้อด้อยซึ่งกันและกัน ปลายจมูกที่ได้จะนิ่ม ไม่เห็นขอบของกระดูกอ่อนที่ใส่เข้าไป วิธีนี้จะแตกต่างจากการเสริมด้วยกระดูกอ่อนร่วมกับแท่งซิลิโคน  แม้ว่าวิธีนี้จะไม่สามารถทำให้โด่งได้เท่ากับการใช้แท่งซิลิโคน แต่ในแง่ความเป็นธรรมชาติแล้วดีที่สุด ไม่ต้องกังวลกับปัญหาซิลิโคนทะลุหรือเอียงแต่อย่างใด ไม่ต้องกังวลกับสารแปลกปลอม สามารถจับต้องได้เหมือนจมูกธรรมชาติ วิธีนี้ยังเหมาะผู้ที่มีปัญหาจากการเสริมจมูกมาก่อนด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Hybrid nose นี้จะมีประโยชน์มาก แต่ก็ต้องอาศัยความละเอียดในการผ่าตัดพอสมควร อีกทั้งยังต้องเลือกเคสที่เหมาะสม จึงจะได้ผลดี ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นครับ

Older posts «

» Newer posts