การยืดจมูกให้ยาวด้วยPCL

ปัญหาการเสริมจมูกสำหรับคนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทย นอกจากปลายจมูกที่มีขนาดใหญ่แล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญคือ จมูกที่สั้น ซึ่งการเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคนเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถทำให้จมูกยาวตามที่ต้องการได้เลย จึงมักลงเอยด้วยจมูกที่เชิด เห็นรูจมูก หรือบางรายใช้แท่งซิลิโคนที่ยาวขึ้น แต่ก็มักจบลงด้วยปลายจมูกทะลุในที่สุด

การต่อจมูกให้ยาวที่ได้ผลและปลอดภัย แต่เดิมเราจะใช้กระดูกอ่อนจากผนังกั้นจมูกด้านใน(Septal cartilage) หรือใช้กระดูกอ่อนซี่โครง(Rib cartilage) แต่ทั้งสองกรณีก็มีความยุ่งยาก อีกทั้งผนังกั้นจมูกของคนไทยมักจะมีขนาดเล็กและบาง ไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้ได้ หรือถ้าเป็นกระดูกอ่อนซี่โครงเอง ก็จะเพิ่มแผลเป็นบริเวณทรวงอก และปัญหาการบิดตัวของกระดูกซี่โครงในภายหลัง

ปัจจุบันมีการนำวัสดุสังเคราะห์ชื่อว่า Polycarprolactone (PCL)มาใช้แทนกระดูกอ่อนได้แล้ว วัสดุสังเคราะห์ตัวนี้จะเป็นโครงตาข่ายที่มีความแข็งแรง และยอมให้เซลกระดูกอ่อนเข้าไปแทนที่ จากนั้นตัวมันเองก็จะสลายไป วัสดุตัวนี้ถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์สาขาอื่นๆเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว จึงถือว่ามีความปลอดภัยสูง

การนำPCL มาใช้ทดแทนกระดูกอ่อน จึงนับว่ามีประโยชน์มากในวงการศัลยกรรมจมูก ทั้งที่เสริมใหม่หรือการแก้ไขจมูกที่เสริมแล้วให้ยาวขึ้น เพราะนอกจากไม่ต้องใช้กระดูกอ่อนของเราเองแล้ว ยังลดเวลาในการผ่าตัดลงไปได้อีกมาก ทำให้ระยะเวลาในการพักฟื้นก็สั้นลงด้วย

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ Inbox หรือสอบถามได้ที่
Line :@siamswan
Mail: consult@siamswan.com
หรือโทร 02-6584884-6

แก้ไขชั้นตาที่ผิดพลาดจากการผ่าตัด

การแก้ไขชั้นตาที่ไม่เท่ากันจากการผ่าตัด

ในปัจจุบันการทำศัลยกรรมหนังตาบน มีหมอที่เข้ามาให้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆและแพทย์ที่อ้างตัวว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เกิดปัญหาหลังการผ่าตัดเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อยๆ อาทิเช่น ชั้นตาไม่เท่ากัน ตาลึกโบ๋ ชั้นตาสูงแบบฝรั่ง ตีนกาเพิ่ม หรือทำแล้วดูแย่กว่าเดิมเป็นต้น

การผ่าตัดหนังตาบนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างที่หลายคนเข้าใจ มันไม่ใช่แค่ตัดหนังตา เอาไขมันออกแล้วเย็บให้เป็นสองชั้น มันจะต้องพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย เช่น ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ความโปนของลูกตา ความลึกของเบ้าตา ระยะห่างของคิ้วกับชั้นตา ความตกของหางตา ความสูงต่ำของคิ้วและความชอบของเจ้าของดวงตา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องถูกนำมาพิจารณาทั้งสิ้นเพื่อเลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสม

การผ่าตัดตกแต่งหนังตาบนจึงเป็นศิลปะชั้นสูงที่รวมเอาทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกัน จำต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์เป็นอย่างมาก เพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จะเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน เนื่องจากอยู่บนใบหน้าของเรา และที่สำคัญเมื่อผิดพลาดแล้ว “ยากต่อการแก้ไขเป็นอย่างมาก” ถึงแม้ว่าบางรายจะสามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องไมโครและเลเซอร์ (Microsurgery and laser eyelid surgery) เพียงอย่างเดียว แต่บางรายก็ต้องใช้วิธีอื่นเข้ามาร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดยกคิ้วผ่านกล้องหรือการเติมไขมัน เป็นต้นการแก้ไขหนังตาบนที่เกิดจากการผ่าตัดจึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากกว่าการผ่าตัดที่ถูกต้องและเหมาะสมตั้งแต่แรก

ดังนั้นก่อนการผ่าตัดตกแต่งหนังตาบนจึงควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนการตัดสินใจ เพื่อจะได้ไม่ต้องมาเสียใจในภายหลัง

พบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่าตัดหนังตาผ่านกล้องไมโครและเลเซอร์ได้ทุกวันจันทร์และวันอังคาร

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ Inbox หรือสอบถามได้ที่
Line :@siamswan
Mail: consult@siamswan.com
หรือโทร 02-6584884-6

#ชั้นตาไม่เท่ากัน #กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง #แก้ไขหนังตาบน #สยามสวอนคลินิก

แก้ไขหางตาตก วิธีไหนดี

 

แก้ไขหางตาตกวิธีไหนดี

คงต้องแยกกันระหว่างหนังตาตก กับหางตาตก เพราะปัญหาหนังตาตกหรือหนังตาเกินนั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดที่หนังตาตามปกติ ส่วนปัญหาหางตาตกนั้นหลักๆเกิดจากหางคิ้วที่ตกลงมาทำให้ลักษณะของตานั้นลู่ลงจนดูเหมือนคนมีอายุ
ในกรณีที่ตกน้อยๆ การทำศัลยกรรมก็ไม่จำเป็น สามารถใช้ยาในกลุ่มโบท็อกช่วยได้ ข้อเสียคือต้องฉีดบ่อยทุก4-6 เดือน กรณีที่ตกมากจนต้องถึงขั้นศัลยกรรม ในปัจจุบันก็มีหลายวิธีด้วยกันขึ้นกับระดับของการตกและสภาพของใบหน้ารวมถึงการยอมรับได้ของแผลที่จะเกิดขึ้นเป็นหลัก

1.การผ่าตัดใต้คิ้ว (Sub brow lift) เป็นการแก้ไขหางตาตกด้วยการตัดผิวหนังส่วนที่อยู่ใต้คิ้ว เพื่อดึงแนวชั้นตาทั้งหมดให้ยกสูงขึ้น จะมีแผลเป็นอยู่ใต้แนวคิ้วและอาจเลยปลายคิ้วออกมาได้ถ้าหางตาตกมาก

2.การผ่าตัดเหนือคิ้ว (Direct brow lift) เป็นการตัดผิวหนังส่วนที่อยู่เหนือคิ้ว วิธีนี้จะทำให้คิ้วยกสูงขึ้น มีผลทำให้ชั้นตาเปิดออกและหางตาตกน้อยลง วิธีนี้ก็จะมีแผลเป็นเช่นเดียวกับวิธีผ่าตัดใต้คิ้ว

3.การผ่าตัดบริเวณขมับ(Temporal lift) เป็นการยกหางตาขึ้นด้วยการดึงผิวหนังบริเวณขมับที่เหนือต่อปลายคิ้ว โดยมากจะซ่อนแผลไว้ไนผม แต่ก็จะมีแพทย์บางท่านที่นิยมวางแนวแผลผ่าตัดบริเวณไรผม ซึ่งจะมองเห็นได้ชัดเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ไม่สามารถรวบผมได้

4.การยกคิ้วผ่านหนังตาบน วิธีนี้จะใช้วัสดุที่เรียกว่า Endotine transbleph เป็นตัวยึดหางคิ้วเข้ากับกระดูกขอบเบ้าตา เนื่องจากเป็นการยกหางคิ้วแค่จุดเดียว ไม่ได้ยกทั้งแนวคิ้ว จึงอาจดูไม่ธรรมชาติมากนัก

5.การยกคิ้วผ่านกล้อง (Endoscopic brow lift) เป็นวิธีการยกคิ้วและส่วนของหน้าผากทั้งหมดให้สูงขึ้น ส่งผลให้ชั้นตาเดิมเปิดกว้าง หางคิ้วหรือหางตาถูกยกขึ้นเป็นธรรมชาติ ลดริ้วรอยหน้าผากและหว่างคิ้วลง ไม่ปรากฏแผลให้เห็นจากภายนอก จึงถือว่าเป็นการรักษาหางคิ้วหรือหางตาตกที่ได้ผลมากที่สุด

อย่างไรก็ตามการจะเลือกใช้วิธีไหน คงต้องดูจากสภาพของใบหน้าเป็นหลัก เราไม่สามารถใช้วิธีเดียวกับทุกๆกรณีได้ การปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงมีความสำคัญมาก

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ Inbox หรือสอบถามได้ที่
Line :@siamswan
Mail: consult@siamswan.com
หรือโทร 02-6584884-6