Category Archive: ทำจมูก

ทุกเรื่องที่คนทำจมูกต้องรู้

Sep 18

จมูกโต(2)

จมูกโต (2) ดังที่กล่าวแล้วสาเหตุของจมูกโตมีได้หลายอย่างตั้งแต่ ฐานกระดูกกว้าง กระดูกอ่อนบาน ไขมันเยอะและผิวหนังหนา เรื่องฐานกระดูกกว้างได้พูดไว้แล้วในจมูกโต(1) ใครสนใจย้อยกลับไปดูได้ของเดือน Mar 2014 คราวนี้เรามาดูส่วนอื่นกันบ้าง กระดูกอ่อนบาน ปลายจมูกของเรานั้นจะประกอบด้วยกระดูกอ่อน 2 ส่วนคือส่วนบน(Upper Lateral Cartilage) และส่วนปลายปีก (Alar Cartilage) ส่วนที่เกี่ยวข้องกับจมูกที่โตคือกระดูกอ่อนส่วนปลายปีกที่มีลักษณะะคล้ายปีกนกที่แผ่ออกไปสองด้าน ถ้าแผ่กว้าง ปลายจมูกก็จะบานหรือใหญ่ รายที่กางไม่มากปลายจมูกก็จะยกขึ้นและดูเล็กกว่า ซึ่งคนเอเชียอย่างเราๆนั้นมักมีกระดูกอ่อนที่เล็กและกางกว่าคนยุโรป (Caucasian) ทำให้ปลายจมูกของเราดูโตและเตี้ยกว่า การแก้ไข ต้องใช้วิธีที่เรียกว่า ศัลยกรรมจมูกแบบเปิด (Open rhinoplasty ) เพื่อตรวจดูลักษณะของกระดูกอ่่อนที่มีอยู่ จากนั้นจึงทำการปรับแต่งกระดูกอ่อนส่วนปลายปีกด้วยการเย็บให้ได้รูปที่เล็กลง ซึ่งมักจะต้องนำกระดูกอ่อนจากหลังใบหูมาร่วมด้วยเสมอ วิธีนี้นอกจากจะทำให้ปลายจมูกเล็กลงแล้ว ยังทำให้จมูกดูยาวขึ้นได้อีกด้วย การผ่าตัดรักษาด้วยวิธีนี้ศัลยแพทย์ต้องมีความชำนาญมากๆ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้จมูกเสียรูปแบบถาวรได้ ไขมันเยอะ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าจมูกที่โตนั้นเกิดจากไขมันที่เยอะ เมื่อขูดออกแล้วจะทำให้จมูกเล็กลง จริงอยู่ แม้ว่าไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จมูกดูโตได้  แต่ก็ไม่ได้หนามากๆจนเป็นสาเหตุหลักอย่างที่เข้าใจกัน แถมยังพบน้อยกว่ากรณีกระดูกอ่อนบานเสียอีก การแก้ไขก็คือการเอาไขมันส่วนเกินออก ซึ่งมักจะได้ไม่มากนัก เพราะถ้าเอาออกมากๆ ผิวหนังจะบางเกินไป ทำให้ผิวหนังขาดเลือดไปเลี้ยงและตายได้ ที่สำคัญการเอาไขมันออก จะทำให้เกิดพังพืดมาแทนซึ่งบวกลบคูณหารแล้วจมูกก็ไม่ได้เล็กลงมากนัก ผิวหนังหนา …

Continue reading »

Jun 13

ปัญหาสารเติมเต็มในทางศัลยกรรม

ปัญหาสารเติมเต็มในทางศัลยกรรม เนื่องจากในปัจจุบันมีการใช้สารเติมเต็มหรือฟิลเล่อร์ค่อนข้างมาก ทั้งสารที่อยู่ชั่วคราวและสารกึ่งถาวรจนถึงชนิดถาวร ซึ่งสารเหล่านี้มักจะถูกนำมาใช้ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป เช่น ฉีดร่องแก้มหรือร่องมุมปาก ฉีดเสริมจมูก ฉีดเติมร่องตา ฉีดคาง ฉีดริมฝีปาก หรือเติมเต็มในส่วนที่ขาดเช่น ขมับตอบเป็นต้น บางตำแน่งสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย และไม่มีผลต่อการรักษาอย่างอื่นที่จะตามมา แต่ในบางตำแน่งมีผลกระทบกับการศัลยกรรมที่จะเกิดตามมาในภายหลัง ตำแหน่งที่เกิดผลกระทบ 1.จมูก หลายคนอาจไม่ทราบว่า การฉีดเสริมจมูกด้วยสารเติมเติมชนิดไม่ถาวร ในกลุ่มไฮยารูโรนิก(ประมาณ 6 เดือน- 1ปี ) หลังจากที่มันสลายไปแล้ว มักจะทิ้งพังผืดหรือคอลลาเจน(ถ้าจะเรียกให้ไพเราะ)ไว้ให้ดูต่างหน้า ยิ่งฉีดหลายครั้งยิ่งก่อให้เกิดพังผืดมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เนื้อจมูกหนาหรือดูใหญ่กว่าเดิม ในกรณีนี้ถ้าเราคิดจะไปเสริมจมูกแบบถาวรด้วยการศัลยกรรม ก็จะเกิดปัญหาขึ้นทันที เนื่องจากจะไม่สามารถทำให้จมูกเรียวเล็กได้ตามต้องการ เนื้อเยื่อไม่ยืดหยุ่นทำให้โด่งได้ไม่มาก จะขูดพังผืดออกก็ไม่ได้ ดีไม่ดีเมื่อฟิลเล่อร์ที่ตกค้างสลายไป รูปทรงจมูกที่ทำไว้ก็เปลี่ยนรูปไป และถ้าเป็นฟิลเล่อร์ชนิดอยู่นานปัญหาก็จะมากเป็นทวีคูณ การเสริมจมูกที่ได้รับการฉีดมาก่อน จึงจำเป็นต้องฉีดสลายก่อนทุกราย เพื่อให้เนื้อเยื่อและรูปทรงจมูกกลับสู่สภาพใกล้เคียงเดิมมากที่สุด หรือไม่ก็รอจนแน่ใจว่าไม่มีสารฟิลเล่อร์ตกค้างเหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ฉีดซ้ำหลายๆครั้งหรือในปริมาณที่มาก โอกาสทีจมูกจะกลับไปเหมือนเดิมก็จะมีน้อยลง ถึงแม้จะฉีดสลายแล้วก็ตาม โดยเฉพาะฟิลเล่อร์ที่ถูกฉีดในผิวหนังชั้นตื้น จะทำให้ผิวจมูกไม่เรียบอย่างถาวร 2.ถุงไขมันและร่องใต้ตา มีแพทย์จำนวนมากที่พยายามแก้ไขถุงใต้ตาด้วยการเติมร่องที่อยู่ใต้ถุงด้วยการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเล่อร์ เพื่อให้ถุงใต้ตาดูไม่ชัด ในกรณที่ถุงไม่มากและมีร่องตาน้อยๆร่วมด้วยอาจทำได้ แต่ส่วนมากแล้วมักไม่ได้ผล เนื่องจากการเติมฟิลเล่อร์เพื่อกลบตัวถุงไขมันนั้น อาจทำให้เกิดลักษณะเป็น Double contour …

Continue reading »

Jun 07

ฉีดฟิลเล่อร์แล้วตาบอด

ฉีดฟิลเล่อร์แล้วตาบอด เป็นข่าวใหญ่อีกครั้งเมื่อรายการเรื่องเล่าเช้านี้ นำเรื่องปัญหาการฉีดฟิลเล่อร์แล้วตาบอดและเนื้อตายออกอากาศ คนที่มีฟิลเล่อร์อยู่ต่างตื่นตระหนก บางคนถึงกับนอนไม่หลับ อยากเอามันออกซะเดี๋ยวนั้น ความจริงหมอได้เขียนเตือนเรื่องการฉีดฟิลเล่อร์บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะการฉีดเสริมจมูกไว้หลายครั้งแล้ว ว่าการฉีดเสริมจมูกไม่สามารถมาทดแทนการเสริมจมูกด้วยการศัลยกรรมอย่างที่โฆษณากัน จริงอยู่แม้ว่าเราจะสามารถลองดูได้ว่า ถ้าจมูกโด่งแล้วหน้าตาจะเป็นอย่างไรด้วยการฉีดสารเติมเต็ม แต่ก็ต้องเป็นสารเติมเต็มหรือฟิลเล่อร์ชนิดที่ปลอดภัยคือสามารถสลายไปเองได้ ที่สำคัญต้องรับการรักษาจากแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ไม่ใช่แพทย์จบใหม่ที่ไหนก็ทำได้ กรณีที่เป็นข่าวก็เกิดจากแพทย์ที่ขาดความชำนาญและไม่ระมัดระวังเท่าที่ควร เห็นเป็นเรื่องง่ายๆแค่เอาเข็มสอดเข้าใต้ผิวหนัง ดันฟิลเล่อร์เข้าไป ปั้นๆให้ได้ทรงก็เสร็จ  ซึ่งมักลืมไปว่าบริเวณนี้มีเส้นเลือดมากมายและมีการเชื่อมต่อกับเส้นเลือดของลูกตา เมื่ออนุภาคของสารเติมเต็มหลุดลอดเข้าเส้นเลือดแดงของลูกตา จึงทำให้ดวงตาขาดเลือดไปเลี้ยงในทันที ทำให้ตาบอดเฉียบพลัน ซึ่งการแก้ไขทำได้ยากและมักจะไม่ทันการณ์ ที่ผ่านมาในเมืองไทยมีรายงานเรื่องตาบอดหลังการฉีดเสริมจมูกกว่า10ราย มีเพียงรายเดียวที่เข้ารับการรักษาได้ทัน และเป็นการรักษาที่ซับซ้อนมาก เมื่อเทียบกับการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนที่มีมานานนับสิบปี ไม่เคยมีใครสูญเสียดวงตาแม้แต่รายเดียว เรื่องที่ยังไม่มีใครยอมพูดถึง การฉีดเสริมจมูกมักดูดีในครั้งแรก เนื่องจากเนื้อเยื่อยังใหม่และอ่อนนุ่ม แต่การฉีดในครั้งถัดๆไปจะฉีดยากขึ้น เนื่องจากพังผืดที่เกิดขึ้นจากการฉีดแต่ละครั้ง  พังผืดที่เกิดขึ้นนอกจากจะทำให้การฉีดครั้งถัดมายากขึ้นแล้ว การจะปั้นให้ได้ทรงเรียวๆเหมือนครั้งแรกก็ทำได้ยากเช่นกัน จมูกจะโตขึ้นเรื่อยๆแทนที่จะเรียวสวย บางรายจะมีเส้นเลือดฝอยเกิดบนผิวจมูก เป็นรอยแดงๆ การฉีดตื้นเกินไปก็อาจทำให้ผิวหนังส่วนนั้นตายได้ เมื่อการฉีดยากขึ้น แพทย์ต้องใช้แรงในการดันยามากขึ้น โอกาสที่อนุภาคจะหลุดเข้ากระแสเลือดก็จะเกิดมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ในกรณีที่เกิดการติดเชื้อ การรักษาจะทำได้ยากกว่า เนื่องจากฟิลเล่อร์เหล่านี้จะทำตัวเหมือนฟิลม์บางๆ(Biofilm) ห่อหุ้มเชื้อโรคไว้ ทำให้ยาหรือเม็ดเลือดขาวไม่สามารถเข้าถึงได้ การจะขูดเอาออกก็ทำได้ยาก แตกต่างจากแท่งซิลิโคนที่สามารถนำออกได้ทันที่ที่เกิดการติดเชื้อ แล้วปล่อยให้ร่างกายจัดการกับเชื้อโรคที่เหลือได้อย่างหมดจด การเสริมจมูกในรายที่เคยฉีดฟิลเล่อร์มาแล้วก็ทำได้ยากกว่า ต้องรอให้สารดังกล่าวสลายจนหมดก่อนซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี หรือบางรายก็ต้องทำการฉีดสลายก่อนจึงจะทำการผ่าตัดเสริมจมูกได้ การทำผ่าตัดก็ได้ผลไม่ดีเท่ากับกรณีที่ไม่เคยฉีดมาก่อน …

Continue reading »

Older posts «