Category Archive: ทำตา

สารพันเรื่องราวที่เกี่ยวกับตาสองชั้น ถุงใต้ตา ตาโต ตายาว ฯลฯ

Nov 03

ตาสองชั้นกับเบ้าตาลึก

holloweye

ตาสองชั้นกับเบ้าตาลึก ปัญหาเบ้าตาลึก มีหลายสาเหตุด้วยกัน 1.เป็นจากเชื้อชาติ(Race) มักพบในกลุ่มของชาวยุโรปหรือตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นธรรมชาติเนื่องจากเบ้าตามีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับขนาดของลูกตา เราจึงเห็นว่าคนกลุ่มนี้จะดูเหมือนมีตาสองชั้นที่ลึกมาก เป็นผลจากตาลึก ไม่ใช่ตาสองชั้นจริงๆ 2.เป็นผลจากภาวะโรค(Disease) เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตั้งแต่กำเนิด ซึ่งภาวะนี้อาจไม่ใช่เบ้าตาลึกที่แท้จริง แต่เป็นผลของกล้ามเนื้อลืมตาที่อ่อนแรง ตาด้านที่อ่อนแรงจะดูเหมือนมีความลึกมากกว่าอีกด้านหนึ่ง แต่เมื่อเราแก้ไขเรื่องกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแล้ว ภาวะตาลึกก็จะดีขึ้นเอง ยกเว้นบางรายที่มีเรื่องของตาลึกร่วมอยู่ด้วยจริงๆ 3.เป็นไปตามวัยหรือน้ำหนักที่ลดลง (Aging/Weigth loss) ไขมันโดยรอบเบ้าตาในบางรายจะมีอาการฝ่อลงเมื่ออายุมากขึ้น หรือรายที่ลดน้ำหนักลงมากๆ ก็ทำให้ไขมันในเบ้าตาลดลงจนเห็นเป็นเบ้าลึกชัดเจนได้ 4.เป็นผลจากการผ่าตัดหนังตาบน (Iatrogenic) หรือโรคหมอทำ แพทย์ที่ไม่มีความชำนาญมักตัดเอาไขมันตาบนออกมากจนเกินไป หรือทำตามตำราโดยไม่ดูความเป็นจริง ทำให้เกิดภาวะเสมือนหนึ่งเบ้าตามีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับขนาดลูกตา หลังผ่าตัด ตาจึงดูลึกผิดปกติ ซึ่งภาวะตาที่ลึกมักแสดงถึงความชรามากกว่าความอ่อนเยาว์ ชั้นตากับเบ้าตาลึก คนที่มีเบ้าตาลึกมีทั้งที่ไม่มีชั้นตา มีชั้นตาที่เท่ากัน หรือมีหลายชั้นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดของความลึกและชั้นตาเดิมที่อาจมีอยู่บ้าง การแก้ไข ต้องพิจารณาสาเหตุเป็นสำคัญ ส่วนใหญ่แล้ว ต้องแก้ไขทั้งภาวะตาที่ลึก ร่วมกับการทำให้เกิดชั้นตาที่เท่ากัน การแก้ไขปัญหาตาลึกที่ได้ผลดีในปัจจุบัน คือการเติมเต็มด้วยเซลไขมันตนเอง (microfat transfer) และควรได้รับการแก้ไขก่อนที่จะเซ็ตชั้นตาใหม่ ปัญหาที่พบในขณะนี้คือแพทย์ที่ขาดประสพการณ์มักไม่เข้าใจสาเหตุและปัญหาที่เกิดขึ้น จึงพยามยามที่จะผ่าตัดตาสองชั้นในคนไข้ที่เบ้าตาลึก ซึ่งมักจะไม่สำเร็จ หรือไม่ก็เกิดเป็นตาสองชั้นที่สูงมากๆเหมือนตาฝรั่ง หรือไม่ก็ทำให้เกิดภาวะเบ้าตาลึกเสียเอง ซึ่งพบได้บ่อยมากในปัจจุบัน(เนื่องจากแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง เข้ามาทำศัลยกรรมมากขึ้น) …

Continue reading »

Jun 16

ฉีดฟิลเล่อร์รักษาถุงใต้ตา

filler

ฉีดฟิลเล่อร์รักษาถุงใต้ตา พอดีเมื่อเช้าได้รับเมล์สอบถามจากคนไข้ท่านหนึ่งว่า ตนเองนั้นมีปัญหาเรื่องถุงใต้ตา หมอแนะนำให้ฉีดฟิลเล่อร์หรือสารเติมเต็มเพื่อแก้ไขถุงใต้ตา ไม่แนะนำให้ผ่าตัดเอาถุงออก เนื่องจากจะทำให้ตาลึกโบ๋และดูแก่ เป็นความจริงหรือไม่ ก่อนจะตอบคำถามนี้ ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าถุงใต้ตาที่นูนออกมาให้เห็นนั้น เกิดจากสาเหตุใด ความจริงแล้วใต้ตาของเรานั้นจะมีก้อนไขมันอยู่เป็นปกติตั้งแต่เกิด แต่เนื่องจากว่ากล้ามเนื้อรอบดวงตานั้นมีความแข็งแรง คล้ายๆกับผนังกำแพง ทำให้ก้อนไขมันไม่สามารถดันตัวออกมาได้ เมื่อเราอายุมากขึ้นผนังกล้ามเนื้อนี้จะหย่อนตัวลงทำให้ถุงไขมันดันตัวออกมาให้เห็นได้ บางคนอาจมีประวัติในครอบครัวเรื่องถุงไขมันใต้ตา ก็อาจพบได้ตั้งแต่วัยรุ่น เนื่องจากจำนวนไขมันมีมากหรือผนังกล้ามเนื้อบางตั้งแต่กำเนิด เป็นต้น เมื่อไขมันดันตัวออกมาแล้ว ก็ทำให้เกิดเป็นร่องหรือเงาใต้ถุงตา ทำให้ตาดู่อ่อนล้าไม่สดใส บางคนอาจมีร่องน้ำตา (Tear trough) ร่วมด้วย ยิ่งทำให้ดูเหนื่อยมากขึ้น ดังนั้นการรักษาด้วยการเติมเต็มร่องน้ำตาหรือร่องใต้ถุงตา ด้วยการเติมฟิลเล่อร์ เพื่อให้ร่องใต้ตามีระดับเสมอกับถุงใต้ตานั้น จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อาจทำให้บริเวณนี้ดูอูมมากขึ้น เวลายิ้มอาจทำให้เห็นเป็นสองก้อน เนื่องจากไขมันและฟิลเล่อร์จะแยกกันอยู่ อีกทั้งฟิลเล่อร์ส่วนมากมีอายุประมาณหนึ่งปี คนไข้ก็ต้องกลับมาฉีดซ้ำอีก การฉีดครั้งถัดๆไปจะทำให้ความไม่เรียบเนียนมีโอกาสเกิดได้มากขึ้น เนื่องจากทุกครั้งที่ฉีดจะมีพังพืดเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย เราจึงพบเสมอๆว่าคนไข้มักไม่พึงพอใจต่อการฉีดฟิลเล่อร์ซ้ำในครั้งถัดๆมา อย่างไรก็ตามมิได้หมายความว่าฟิลเล่อร์ไม่มีข้อบ่งชี้ในบริเวณนี้ ในบางคนที่มีร่องน้ำตาน้อยๆโดยไม่มีถุงใต้ตา ก็สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้ เพียงแต่ต้องยอมรับว่าต้องทำซ้ำเท่านั้น สำหรับปัญหาเรื่องตาโบ๋หลังการผ่าตัดถุงใต้ตานั้น เป็นความบิดเบือนของคนทัี่ไม่เคยทำ หรือเคยเห็นผลงานจากหมอที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดมากกว่า เพราะสำหรับศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญแล้ว ปัญหาเรื่องตาลึกโบ๋มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากไขมันไม่เคยถูกขุดรากถอนโคนออกจนหมด จะเอาออกเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยคำนึงถึงความเรียบเนียนเป็นหลัก กล่าวโดยสรุปก็คือ การผ่าตัดยังเป็นวิธีที่มาตรฐานในการรักษาเรื่องถุงใต้ตาอยู่ อย่าได้ให้ความเข้าใจผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นตาลึกโบ๋ …

Continue reading »

May 31

หนักตา

หนักตา อาการหนักตา เป็นความรู้สึกที่ไม่สะดวกในการลืมตา เหมือนจะลืมตาไม่ขึ้น หรือต้องเบิ่งตาช่วยจึงจะทำให้มองเห็นได้ชัดเจน มีสาเหตุหลักๆจากหนังตาที่เกินและตกลงมามากกว่าเดิม (Blepharoptosis) และอีกสาเหตุหนึ่งที่คนทั่วไปมักจะไม่ได้สังเกตคือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการลืมตาอ่อนแรงลง(Ptosis) สำหรับกรณีแรก มักสังเกตได้ไม่ยากนักเนื่องจาก เราจะรู้สึกได้เองว่าตาสองชั้นที่เคยดูกว้าง แต่ตอนนี้ดูแคบลงหรือกลายเป็นตาสองชั้นแบบหลบในไปแล้ว บางรายก็จะเกิดร่วมกับการตกของแนวคิ้วร่วมด้วย กรณีนี้แก้ไขได้สองวิธี คือการผ่าตัดเก็บหนังตาที่ตกลงมา แล้วเย็บพับให้เป็นตาสองชั้นที่กว้างขึ้น หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าการกรีดตา(Upper blepharoplasty) ซึ่งเป็นวิธีที่เราพบเห็นกันโดยทั่วไป แต่ในบางกรณีการกรีดตา เพื่อเก็บหนังตาส่วนเกิน กลับซ้ำเติมปัญหาเนื่องจากสาเหตุของการตกของหนังตาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่หนังตา แต่เป็นในส่วนของคิ้วที่ตก (Brow ptosis) แล้วดันให้หนังตาตกลงมาด้วย การแก้ไขในกรณีนี้จำเป็นต้องดึงแนวคิ้วขึ้นบนเท่านั้น ปัญหาหนังตาที่ตกหรืออาการหนักตาก็จะหายไป ซึ่งในปัจจุบันการผ่าตัดยกคิ้วผ่านกล้อง(Endoscopic forehead lift) นับว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก อีกทั้งมีแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สัำหรับกรณีที่หนังตาตกที่เกิดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง เราสามารถพบได้ตั้งแต่เกิด (Congenital ptosis) และ ตอนอายุมากแล้ว (Senile ptosis ) เนื่องจากเราใช้งานมานาน ในกรณีที่เป็นมาแต่กำเนิด ถ้ามีอาการน้อยๆ อาจสังเกตได้ไม่ชัด บางคนเป็นด้านเดียวก็มี แต่ถ้าเป็นมาก เราจะพบว่าเด็กกลุ่มนี้จะต้องเลิกคิ้วอยู่ตลอดเวลาหรือมักเดินชนขอบประตูบ่อยๆ ในทางกลับกัน คนสูงอายุที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงตามวัย โดยมากมักจะถูกละเลย เนื่องจากคิดว่าเกิดจากหนังตาที่เกินตกลงมาปิด และแพทย์ส่วนใหญ่ก็มักจะให้ความสำคัญเฉพาะการเก็บหนังตาส่วนเกินเท่านั้น ทำให้บางครั้งอาการหนักตาก็ยังมีอยู่เหมือนเดิมแม้ว่าหนังตาส่วนเกินจะถูกเก็บออกไปแล้วก็ตาม …

Continue reading »

Older posts «

» Newer posts