นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม

ศัลยแพทย์ตกแต่งประสบการณ์กว่า 20 ปี สมาชิกศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย สมาชิกศัลยแพทย์ตกแต่งความงามนานาชาติ ISAPS และ OSAPS

Most commented posts

  1. ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเล่อร์ — 992 comments
  2. อาการที่ต้องระวังหลังการเสริมจมูก — 837 comments
  3. เสริมจมูกอย่างไรให้ถูกใจ (2) — 430 comments
  4. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ถูกละเลย — 393 comments
  5. เท็จหรือจริงเรื่องการฉีดไขมัน — 283 comments

Author's posts

บอกลา..คางรุ่นเก่า ซะที

หลายท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่าเราสามารถปรับแต่งรูปคางให้ได้สัดส่วนที่พอเหมาะกับใบหน้า ด้วยการนำแท่งซิลิโคนมาเสริมบริเวณคาง ซึ่งในวงการศัลยกรรมตกแต่งมีการทำมาเป็นเวลานานแล้ว เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถช่วยแก้ไขปัญหาของรูปคางได้เป็นอย่างดี และมีความปลอดภัยสูง แต่..จะมีสักกี่คนที่ทราบว่าแท่งซิลิโคนคางที่ถูกใส่เข้าไปนั้นพอดีหรือฟิตกับกระดูกคางของเรามากน้อยเพียงใด เนื่องจากซิลิโคนคางที่ใช้กันในปัจจุบันนั้น เป็นซิลิโคนคางสำเร็จรูปที่ถูกนำมาปรับแต่ง หรือแพทย์บางท่านก็เหลาซิลิโคนขึ้นมาเอง โดยดูจากเนื้อเยื่อและโครงภายนอกเป็นหลัก ซึ่งโอกาสที่แท่งซิลิโคนจะพอดีกับผิวของกระดูกคางที่อยู่ภายใน นับว่ามีโอกาสไม่มากนัก เนื่องจากความหนาของผิวหนังภายนอกและกล้ามเนื้อที่อยู่ภายในเป็นตัวแปรที่สำคัญในแต่ละคน ทำให้เกิดช่องว่างของผิวสัมผัสระหว่างแท่งซิลิโคนกับผิวกระดูกที่อยู่ด้านใน แท่งซิลิโคนที่ไม่แนบจึงมีโอกาสที่จะเคลื่อนที่ ขยับ หรือมีรอยต่อที่ขอบให้เห็นได้จากภายนอกหรือเวลาสัมผัส แพทย์บางท่านถึงขนาดต้องใช้สกรูยึดเอาไว้ก็มี แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ด้วยเทคโนโลยี่ที่ก้าวหน้าในปัจุุบัน เราสามารถพิมพ์ชิ้นงานของแท่งซิลิโคนคาง (3D printing) ให้พอดีกับผิวกระดูกคางได้แล้ว ด้วยการใช้เทคนิกที่เรียกว่า Customized silicone implant โดยจำลองกระดูกกรามและคางจากภาพถ่าย CT Scan แล้วจึงพิมพ์ชิ้นงานหรือแท่งซิลิโคนขึ้นมาอีกทีหนึ่ง ทำให้เราสามารถกำหนดรูปร่างของคางตามที่ต้องการได้ทั้งสามมิติ (Position,Projection and Elongation) ที่สำคัญคือได้ “ชิ้นงานที่พอดีกับพื้นผิวกระดูกคางของแต่ละบุคคล” สามารถลดปัญหาดังกล่าวข้างต้นจาก Human error ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งไม่จำเป็นต้องใช้สกรูมายึดแต่อย่างใด การใช้ Customized silicone chin implant มาใช้ในการปรับแต่งรูปคางจึงนับว่ามีประโยชน์มาก อีกทั้งยังช่วยลดเวลาในการผ่าตัดให้สั้นลงได้อีกด้วย สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ Inbox หรือสอบถามได้ที่Line :@siamswanMail: consult@siamswan.comหรือโทร …

Continue reading

แก้ไขตาปรือหรือกล้าเนื้อตาอ่อนแรง

แก้ไขตาปรือ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทำไม..ต้องไปไกลถึงเกาหลี คนไทยส่วนหนึ่งมักนิยมไปทำตาที่ประเทศเกาหลี โดยเฉพาะการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือตาปรือ ซึ่งในความจริงแล้วศัลยแพทย์ตกแต่งไทยสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ดีไม่แพ้หมอเกาหลี หรือในบางกรณีอาจดีกว่าหมอเกาหลีบางท่านเสียอีก เพราะหมอเกาหลีก็ไม่ได้เก่งทุกคน แต่ละคนก็เก่งแต่ละด้าน ไม่ได้เก่งทุกด้านเหมือนกับหมอผ่าตัดทั่วไปในโลกนี้ คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จำเป็นต้องได้รับการตรวจหลังผ่าตัดเป็นระยะๆ ตั้งแต่ตัดไหม การตรวจดูกำลังกล้ามเนื้อที่แก้ไขไว้ โดยเฉพาะรายที่เป็นข้างเดียว เพราะกว่ากล้ามเนื้อจะลงมาสู่จุดสมดุลย์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว ต้องใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ดังนั้นการกลับไปพบแพทย์เป็นระยะๆที่ประเทศเกาหลี คงไม่ใช่เรื่องสนุกนัก ยิ่งกรณีที่มีปัญหา ยิ่งลำบากมาก การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่สยามสวอน นอกจากประสพการณ์ที่มีมานาน เรายังได้นำเทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์ (Micro Surgery) ร่วมกับการใช้แสงเลเซอร์ (Laser surgery) มาใช้ในการผ่าตัด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการผ่าตัด เนื่องจากสามารถเห็นกล้ามเนื้อเปลือกตาซึ่งมีขนาดเล็กได้อย่างชัดเจนผ่านกล้อง อีกทั้งยังลดระยะเวลาในการพักฟื้นให้สั้นลงจากการผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์อีกด้วย ที่สำคัญคนไข้สามารถกลับมาตรวจหลังผ่าตัดได้อย่างสะดวก ไม่จำเป็นต้องบินไปไกลถึงเกาหลีแต่อย่างใด สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ Inbox หรือสอบถามได้ที่Line :@siamswanMail: consult@siamswan.comหรือโทร 02-6584884-6

ตาสองชั้นแบบแผลเล็กดีอย่างไร

การทำตาสองชั้นหรือการตกแต่งหนังตาบนที่ตก แบบกรีดยาวถึงปลายตา พร้อมกับตัดหนังตาและไขมันส่วนที่เกินออก แม้ว่าจะเป็นวิธีที่ดีและทำกันมานาน แต่ก็มิได้หมายความว่าจำเป็นสำหรับการตกแต่งหนังตาบนหรือการทำตาสองชั้นในทุกราย เนื่องจากวิธีนี้ก็มีข้อเสียอยู่เช่นกัน นอกจากแผลกรีดที่ยาวถึงหางตา ทำให้บางรายสามารถมองเห็นแผลเป็นได้แม้เวลาลืมตา, ระยะพักฟื้นที่นานกว่า และที่สำคัญคือการตัดหนังตาบางส่วนออกไป ซึ่งมักเป็นหนังตาส่วนที่บาง เมื่อเย็บแผลเข้าหากันแล้ว จะทำให้หนังตาที่หนากว่าบริวณใต้คิ้วมาแทนที่หนังตาเดิมที่บางกว่า ผลลัพธ์ที่ได้คือหนังตาจะดูอูมๆ ทั้งๆที่ไขมันก็ออกไปแล้ว ที่สำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ การเย็บหนังตาเข้าหากัน จะดึงระดับแนวคิ้วลงมาด้วย ทำให้ช่องว่างระหว่างคิ้วและขนตาแคบกว่าเดิม พูดง่ายๆก็คือทำให้คิ้วตกและหางตาตกกว่าเดิมนั่นเอง ซึ่งช่องที่แคบลงนี้จะทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส ดูเหนื่อยเหมือนคนมีอายุ นอกจากนี้ คนส่วนมากมักเข้าใจผิด คิดว่าการตัดผิวหนังส่วนปลายตาออกไปมากๆ จะทำให้หางตายกขึ้น แต่ความจริงแล้วผลที่ได้จะกลับตรงกันข้าม ยิ่งตัดออกมากเท่าไหร่ หางตายิ่งตกลงมามากเท่านั้น และนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บางคนรู้สึกผิดหวังจากการผ่าตัดหนังตา ดังนั้นการกรีดตาแบบแผลสั้น นอกจากจะสามารถเอาไขมันส่วนเกินออกไป,กำหนดความสูงของชั้นตาได้ตามที่ต้องการ,แผลที่สั้นและระยะพักฟื้นที่สั้นกว่าแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดปัญหาที่กล่าวมาแล้วข้างต้น รูปทรงตายังคงเป็นรูปตาเดิมๆของคุณ ซึ่งในอนาคตหากต้องมีการยกคิ้วหรือยกหางตาขึ้น รูปทรงของปลายตาก็ยังจะดูเป็นธรรมชาติเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม วิธีใดที่เหมาะสมและให้ผลดีที่สุด จำเป็นต้องปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมากด้วยประสพการณ์เท่านั้น เราไม่สามารถใช้วิธีใดวิธีหนึ่งกับทุกคนได้ และนี่คือ “ศิลปะ” ของงานศัลยกรรมตกแต่ง สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ Inbox หรือสอบถามได้ที่Line :@siamswanMail: consult@siamswan.comหรือโทร 02-6584884-6 #ตาสองชั้นแผลเล็ก #หางตาตก #แก้ไขตา #สยามสวอนคลินิก