นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม

Author's details

Name: นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม
Date registered: March 9, 2012
URL: http://www.siamswan.com

Biography

ศัลยแพทย์ตกแต่งประสบการณ์กว่า 20 ปี สมาชิกศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย สมาชิกศัลยแพทย์ตกแต่งความงามนานาชาติ ISAPS และ OSAPS

Latest posts

  1. ข้อควรรู้ก่อนทำศัลยกรรมรอบดวงตา — April 4, 2017
  2. 7 Misunderstandings — January 14, 2017
  3. ถุงใต้ตา คำถามที่คาใจ — January 9, 2017
  4. ฉีดไขมันทั่วหน้าจำเป็นมั้ย — December 8, 2016
  5. ตาสองชั้นกับเบ้าตาลึก — November 3, 2016

Most commented posts

  1. ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเล่อร์ — 919 comments
  2. อาการที่ต้องระวังหลังการเสริมจมูก — 618 comments
  3. เสริมจมูกอย่างไรให้ถูกใจ (2) — 422 comments
  4. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ถูกละเลย — 341 comments
  5. ผ่าตัดถุงใต้ตาจะอยู่ได้นานแค่ไหน — 250 comments

Author's posts listings

Apr 04

ข้อควรรู้ก่อนทำศัลยกรรมรอบดวงตา

ข้อควรรู้ก่อนทำศัลยกรรมรอบดวงตา บ่อยครั้งที่กว่าคนไข้จะมาถึงมือหมอศัลยกรรมตกแต่ง มักจะได้รับการรักษามาก่อนไม่มากก็น้อย เกือบทุกประเภทของการรักษาจะมีผลต่อการผ่าตัดรักษาที่จะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งทุกๆกรณีแพทย์ผู้ทำการรักษาจำเป็นต้องรู้ข้อมูลการรักษาทั้งหมด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นมานานแค่ไหน เพื่อการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม และป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น การรักษาที่จะมีผลต่อการศัลยกรรมรอบดวงตา 1.โบท็อก เนื่องจากโบท็อกเป็นยาที่ใช้ลดริ้วรอย ด้วยการทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนคลายตัว และบางส่วนทำงานมากขึ้น เช่น การฉีดลดริ้วรอยหางตาและหว่างคิ้ว จะทำให้แนวคิ้วและหางตาโดยรวมยกขึ้น ยิ่งถ้ามีการฉีดยกคิ้วร่วมด้วยจะยิ่งทำให้ชั้นตาเดิมสูงกว่าปกติ ดังน้้นในเวลาเช่นนี้ไม่ควรทำการผ่าตัดหนังตาบนหรือยกหางตาขึ้น ควรรอให้โบท็อกหมดฤทธิ์ก่อน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน หลังการฉีดครั้งสุดท้าย ในกรณีที่ต้องการผ่าตัดถุงใต้ตาก็เช่นกัน โบท็อกจะทำให้กล้ามเนื้อตาล่างคลายตัว เวลาผ่าตัดหนังตาส่วนเกินจะได้รับการตัดออกได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ความตึงของผิวหนังก็จะน้อยลงตามไปด้วเช่นกัน ทำให้ผลการผ่าตัดออกมาไม่ดีเท่าที่ควร แต่สำหรับกรณีที่ผ่าตัดเอาถุงออกอย่างเดียวด้วยแสงเลเซอร์จากด้านในหนังตา โบท็อกไม่มีผลต่อการรักษา สามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ฤทธิ์ของโบท็อกหมดเสียก่อน 2.สารเติมเต็มหรือฟิลเล่อร์ คนไข้ส่วนหนึ่งมักได้รับการเติมเต็มร่องใต้ตา เพื่อกลบเกลื่อนถุงใต้ตาที่มีอยู่ สารที่ใช้เติมเต็มไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มไหนก็ตามมักจะไม่สลายไปจนหมด ไม่ว่าจะเป็นสาร ไฮยารูโรนิก ที่มักจะบอกว่าอยู่ได้แค่ปีเดียวก็ตาม จากประสบการณ์ที่ผ่านมายังสามารถพบสารเติมเต็มชนิดดังกล่าวตกค้างอยู่แม้เวลาจะผ่านไปหลายๆปีแล้วก็ตาม การที่มีสารเติมเต็มตกค้างอยู่จะเป็นอุปสรรคต่อการประเมินถุงใต้ตาที่จะเอาออกระหว่างการผ่าตัด ยิ่งถ้าเป็นประเภทอยู่นานกึ่งถาวรแล้ว ยิ่งสร้างปัญหาในการรผ่าตัดเป็นอย่างมาก ดังนั้นจำเป็น”ต้อง”แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ การปิดบังจะเป็นผลเสียต่อคนไข้เอง 3.ประวัติการผ่าตัด บ่อยครั้งที่คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดมานาน จนลืมไปว่าตนเองเคยได้รับการผ่าตัดมาก่อนหรือไม่ โดยเฉพาะหนังตาล่าง เนื่องจากรอยแผลมักจะจางเลือนได้ง่ายกว่าหนังตาบน กรณีนี้มีความสำคัญมากต่อผลที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากการผ่าตัดหนังตาล่างของแพทย์แต่ละท่านนั้นมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะในอดีตที่มีการตัดทั้งกล้ามเนื้อและผิวหนังส่วนเกินออกไปด้วย ทำให้การผ่าตัดครั้งที่สองไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ผลที่ได้จึงออกมาไม่ดีเท่าที่ควร หรือบางรายมีปัญหาตามมาเช่น …

Continue reading »

Jan 14

7 Misunderstandings

eyebag

7 Misunderstandings about eyelid and eye bag surgery 1. Everyone can do laser eye bag surgery. Even laser eye bag surgery (the procedure that eye bag will be removed from inner side of lower eyelid with laser surgery) is a best procedure to remove the under eye bag, it cannot be performed for every case. …

Continue reading »

Jan 09

ถุงใต้ตา คำถามที่คาใจ

ถุงใต้ตากับคำถามที่คาใจ 1.จะเลือกวิธีผ่าตัดจากด้านในแบบเลเซอร์ได้หรือไม่ คนส่วนมากอยากให้ถุงใต้ตาหายไป โดยไม่ทิ้งร่อยรอยของแผลไว้ อีกทั้งไม่อยากบวมช้ำนาน ซึ่งการผ่าตัดเอาถุงใต้ตาออกด้วยการใช้แสงเลเซอร์ผ่าตัดบริเวณด้านในของเปลือกตาล่าง แล้วนำถุงไขมันส่วนเกินออก เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดและเป็นวิธีที่คนไข้ส่วนมากถามหา อย่างไรก็ตามวิธีนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ในกรณีที่มีผิวหนังส่วนเกินอยู่แล้วหรือมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะหย่อนตัวลง หลังจากที่ถุงไขมันออกไปแล้ว วิธีนี้ก็ไม่เหมาะสม เพราะจะทำให้ผิวใต้ตาไม่เรียบตึงเท่าที่ควร ทำให้ต้องกลับมาผ่าตัดเก็บหนังส่วนเกินอีกครั้งในภายหลัง 2.กลัวมีรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดด้านนอก ในกรณีที่จำเป็นต้องเก็บหนังส่วนเกินและถุงใต้ตาไปพร้อมกัน การผ่าตัดจากด้านนอก โดยมีแนวแผลอยู่ชิดขอบขนตา เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด การผ่าตัดย่อมทิ้งร่องรอยของแผลไว้ แต่เนื่องจากแผลอยู่ชิดขอบขนตา อีกทั้งแผลบริเวณใบหน้าสมานได้ดี เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งประมาณ 1-3เดือน รอยแผลเหล่านี้จะค่อยๆจางลง จนมองไม่ชัด แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นกับเทคนิกการวางแนวแผลและความปราณีตในการเย็บแผลของแพทย์แต่ละท่านด้วย 3.กลัวตาแหกถ้าผ่าตัดจากด้านนอก เป็นความกังวลที่มีได้ แต่ไม่ต้องถึงขนาดกลัวจนไม่กล้าทำ เพราะการผ่าตัดด้านนอกยังเป็นวิธีมาตรฐานในการผ่าตัดที่จำเป็นต้องเอาหนังส่วนเกินออกพร้อมถุงใต้ตา การประเมินกำลังของกล้ามเนื้อตาร่วมกับหนังส่วนเกินเป็นปัจจัยสำคัญต่อปัญหาแทรกซ้อนในข้อนี้ จึงเป็นเรื่องของประสบการณ์ของแพทย์ล้วนๆ 4.อยากให้รอยย่นใต้ตาออกให้หมด แม้แต่เวลายิ้ม มักเป็นความเข้าใจผิดว่าการผ่าตัดเก็บหนังตาสามารถที่จะเก็บเอาหนัง รอยย่นออกจนหมด ทั้งเวลาปกติและเวลายิ้ม ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากขณะที่เรายิ้มนั้นกล้ามเนื้อรอบดวงตาจะมีการหดตัว ซึ่งจะพับหนังที่ติดอยู่เข้าไปด้วย เกิดเป็นริ้วรอยตามธรรมชาติ มากบ้างน้อยบ้างตามวัย การเก็บหรือตัดผิวหนังออกมากจนเกินไป เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดตาแหกตาปลิ้นที่กลัวกันโดยทั่วไป 5.เก็บถุงไขมันทำให้ตาลึกโบ๋ จริง ถ้านำถุงไขมันออกมากจนเกินไป การนำถุงไขมันออกนั้น ควรนำถุงไขมันเฉพาะที่เป็นส่วนเกินก็พอ ไม่ควรนำออกจนหมด ถึงแม้จะทำได้ก็ตาม แค่ไหนถึงพอดีนั้นขึ้นกับประสบการณ์ของแพทย์เป็นหลัก 6.ถุงไขมันจะกลับมาใหม่ในกี่ปี กรณีนี้ขึ้นกับหลายปัจจัย …

Continue reading »

Older posts «