Monthly Archive: May 2016

May 31

หนักตา

หนักตา อาการหนักตา เป็นความรู้สึกที่ไม่สะดวกในการลืมตา เหมือนจะลืมตาไม่ขึ้น หรือต้องเบิ่งตาช่วยจึงจะทำให้มองเห็นได้ชัดเจน มีสาเหตุหลักๆจากหนังตาที่เกินและตกลงมามากกว่าเดิม (Blepharoptosis) และอีกสาเหตุหนึ่งที่คนทั่วไปมักจะไม่ได้สังเกตคือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการลืมตาอ่อนแรงลง(Ptosis) สำหรับกรณีแรก มักสังเกตได้ไม่ยากนักเนื่องจาก เราจะรู้สึกได้เองว่าตาสองชั้นที่เคยดูกว้าง แต่ตอนนี้ดูแคบลงหรือกลายเป็นตาสองชั้นแบบหลบในไปแล้ว บางรายก็จะเกิดร่วมกับการตกของแนวคิ้วร่วมด้วย กรณีนี้แก้ไขได้สองวิธี คือการผ่าตัดเก็บหนังตาที่ตกลงมา แล้วเย็บพับให้เป็นตาสองชั้นที่กว้างขึ้น หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าการกรีดตา(Upper blepharoplasty) ซึ่งเป็นวิธีที่เราพบเห็นกันโดยทั่วไป แต่ในบางกรณีการกรีดตา เพื่อเก็บหนังตาส่วนเกิน กลับซ้ำเติมปัญหาเนื่องจากสาเหตุของการตกของหนังตาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่หนังตา แต่เป็นในส่วนของคิ้วที่ตก (Brow ptosis) แล้วดันให้หนังตาตกลงมาด้วย การแก้ไขในกรณีนี้จำเป็นต้องดึงแนวคิ้วขึ้นบนเท่านั้น ปัญหาหนังตาที่ตกหรืออาการหนักตาก็จะหายไป ซึ่งในปัจจุบันการผ่าตัดยกคิ้วผ่านกล้อง(Endoscopic forehead lift) นับว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก อีกทั้งมีแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สัำหรับกรณีที่หนังตาตกที่เกิดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง เราสามารถพบได้ตั้งแต่เกิด (Congenital ptosis) และ ตอนอายุมากแล้ว (Senile ptosis ) เนื่องจากเราใช้งานมานาน ในกรณีที่เป็นมาแต่กำเนิด ถ้ามีอาการน้อยๆ อาจสังเกตได้ไม่ชัด บางคนเป็นด้านเดียวก็มี แต่ถ้าเป็นมาก เราจะพบว่าเด็กกลุ่มนี้จะต้องเลิกคิ้วอยู่ตลอดเวลาหรือมักเดินชนขอบประตูบ่อยๆ ในทางกลับกัน คนสูงอายุที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงตามวัย โดยมากมักจะถูกละเลย เนื่องจากคิดว่าเกิดจากหนังตาที่เกินตกลงมาปิด และแพทย์ส่วนใหญ่ก็มักจะให้ความสำคัญเฉพาะการเก็บหนังตาส่วนเกินเท่านั้น ทำให้บางครั้งอาการหนักตาก็ยังมีอยู่เหมือนเดิมแม้ว่าหนังตาส่วนเกินจะถูกเก็บออกไปแล้วก็ตาม …

Continue reading »

May 06

ตาปลิ้นกับการผ่าตัดถุงใต้ตา

ectropion

ตาปลิ้นกับการผ่าตัดถุงใต้ตา เป็นคำถามยอดฮิตและความกลัวอย่างมากของคนทั่วไป ที่มีปัญหาถุงใต้ตาและต้องการแก้ไข ซึ่งบังเอิญไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดจากด้านในโดยใช้แสงเลเซอร์ได้ (วิธีนี้ไม่ทำให้ตาปลิ้นแน่นอน)ทำให้เกิดความกลัวว่าถ้าผ่าตัดจากด้านนอกแล้วตาจะแหกหรือปลิ้นมั้ย เพราะอ่านจากรีวิวในเน็ตเห็นคนพูดถึงเรื่องนี้เยอะมากๆ แบบว่าอยากสวยแต่ไม่อยากได้ตาปลิ้นเป็นของแถม จนแล้วจนรอดจึงไม่กล้าทำสักที จริงอยู่แม้ว่า การผ่าตัดถุงใต้ตาแบบกรีดจากภายนอกมีความเสี่ยงในเรื่องของตาแหกหรือตาปลิ้น แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้ามีการประเมินสภาพหนังตา ถุงใต้ตาและกล้ามเนื้อตาอย่างละเอียดก่อนการผ่าตัด และที่สำคัญคือการประเมินระหว่างผ่าตัดว่าจะตัดหนังตาส่วนเกินออกมากน้อยแค่ไหนตาจึงจะไม่ปลิ้น ซึ่งแพทย์เองต้องมีความชำนาญและประสบการณ์พอสมควร เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาที่คนไข้กลัว อันนี้เป็นเทกนิกของแพทย์แต่ละท่าน เพราะแม้จะเรียนจบแพทย์จากที่เดียวกัน แต่เทกนิกในการผ่าตัดก็มิได้เหมือนกันเสมอไป คงต้องศึกษาแพทย์แต่ละท่านให้ดีเช่นกัน ยิ่งถ้าไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางแล้วโอกาสที่จะได้ตาแหกตาปลิ้นเป็นของแถมย่อมสูงเป็นเงาตามตัว เพราะในปัจจุบันมีแพทย์ทั่วไปที่ไปอบรมตามที่ต่างๆทั้งในหรือต่างประเทศ สัก 7 วัน 10 วัน แล้วกลับมาประกาศว่าตนนี่แหละเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แบบนี้ก็มีเยอะ อีกประเภทคือใช้โซเชียลมีเดียซึ่งสามารถว่าจ้างได้ไม่ยากนัก ลงความเห็นให้ตนเองเป็น Top surgeon ก็มาก อันนี้ดูแย่สุดๆเลยครับ ดังนั้นการผ่าตัดถุงใต้ตาด้วยการกรีดจากด้านนอกจึงไม่ใช่การผ่าตัดที่น่ากลัวอย่างที่คิด ปัญหาอยู่ที่ว่าเราได้พบแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้จริงๆหรือไม่มากกว่า