Monthly Archive: October 2015

Oct 23

อาการที่ต้องระวังหลังการเสริมจมูก

nosetip

ในปัจจุบัน มีการศัลยกรรมจมูกกันค่อนข้างแพร่หลายทั้งจากศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรงและจากแพทย์ทั่วไป ปัญหาที่เกิดจากการทำจมูกจึงพบได้เป็นจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะที่เกิดจากการผ่าตัดของแพทย์ทั่วไปที่ไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง มีตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อยจนถึงปัญหาร้ายแรงที่ทำให้เสียโฉมได้ ดังนั้นก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนไม่สามารถแก้ไขได้ เราควรมาทำความรู้จักกับอาการไม่พึงประสงค์หรืออาการเตือนที่บอกว่าต้องกลับไปแก้ไขแล้ว 1.ปลายจมูกบางหรือใส กรณีนี้พบได้บ่อยมาก บางคน “บาง” ทันทีหลังจากยุบบวม บางคนรูสึกบางหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ปัญหานี้เกิดจากการใส่ซิลิโคนที่สูงหรือยาวเกินกว่าผิวหนังจะรับได้ 2.ปลายจมูกหรือสันจมูกแดง เกิดได้จากหลายสาเหตู เช่น ใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่เกินไป ทำให้ผิวหนังขาดเลือดไปเลี้ยงทำให้ร่างกายต้องสร้างเส้นเลือดฝอยเพิ่มขึ้น คนที่เคยฉีดฟิลเล่อร์มาก่อนแล้วไปเสริมจมูกก็พบปัญหานี้ได้บ่อย เนื่องจากตัวฟิลเล่อร์เองเคลื่อนตัวมาอยู่ผิวหนังชั้นตื้น การอักเสบติดเชื้อก็ทำให้เกิดจมูกแดงแต่มักจะมีอาการบวมๆยุบๆร่วมด้วย 3.จมูกบวมๆยุบๆ มักเกิดจากการติดเชื้อที่ไม่รุนแรง ช่วงไหนที่ร่างกายแข็งแรงก็จะดูปกติ แต่เมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนแอหรือพักผ่อนน้อย ก็จะมีอาการบวมๆยุบๆให้เห็น 4.มีน้ำใสๆหรือขุ่นๆออกจากบริเวณในจมูกหรือรอยผ่าตัดเดิม เป็นอาการของจมูกอักเสบติดเชื้อซึ่งอาการมากน้อยแล้วแต่ชนิดของเชื้อโรค รายที่รุนแรงมักมีอาการปวด บวมแดงของจมูกร่วมด้วย ซึ่งจำเป็นต้องถอดตัวซิลิโคนออกทันที 5.สีผิวหนังจมูกกลายเป็นสีดำ แสดงว่าการอักเสบติดเชื้อชนิดรุนแรง หรือปล่อยการอักเสบไว้นานเกินไป กรณีนี้จะทำให้เสียโฉมแบบถาวรได้ถ้ารักษาไม่ทัน 6.มีแกนซิลิโคนโผล่ออกมานอกผิวหนัง โดยมากมักเกิดบริเวณปลายและแนวกลางของจมูก บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิวก็มี กรณีอื่นๆ เช่น อาการเอียงของแกนจมูก อาการรัดตัวของผิวหนังต่อแท่งซิลิโคนมากเกินไปจนเห็นเป็นแท่ง กรณีเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดความอันตรายต่อร่างกาย เป็นการแก้ไขเพื่อความสวยงามเท่านั้น รวมถึงระยะเวลาที่ผ่าตัดไว้ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ต้องแก้ไขใหม่ถ้าไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ยกเว้นรายที่ใส่มานานแล้วมีแคลเซียมไปเกาะอยู่มาก ก็จะทำให้ผิวหนังของจมูกขรุขระเวลาสัมผัส กรณีนี้ก็สมควรแก้ไขใหม่ การเสริมจมูกจึงเป็นงานการแพทย์ที่ต้องเฝ้าติดตามเป็นระยะเวลานานพอสมควร จึงจะบอกได้ว่าสวยปลอดภัยหรือไม่อย่างไร ไม่ใช่แค่ทำมาไม่กี่วันแล้วไป Post review กันใน …

Continue reading »

Oct 19

เติมไขมันหรือฟิลเล่อร์ดี

fat_filler

เติมไขมันหรือฟิลเล่อร์ดี เป็นคำถามที่คนไข้ส่วนใหญ่มักจะสับสนเวลาที่หมอแนะนำ หมอบางท่านแนะนำให้ใช้ฟิลเล่อร์ หมอบางท่านแนะนำให้ใช้ไขมัน กรณีนี้คงต้องพิจารณาจากหลายๆด้าน เนื่องจากแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป ในกรณีที่ต้องมีการเติมสารเข้าสู่ใบหน้าหรือส่วนอื่นของร่างกาย โดยหลักการแล้วถ้าเป็นเนื้อเยื่อของเราเองก็จะปลอดภัยมากที่สุด ไม่ต้องกังวลเรื่องการไม่ยอมรับของร่างกาย รวมทั้งผลที่จะเกิดตามมาในระยะยาว ยิ่งในกรณีที่ต้องใช้ในปริมาณมากๆ เช่น เติมขมับ เติมแก้ม เติมเสริมหน้าอก รวมทั้งการเติมเพื่อแก้ไขรอยบุ๋มจากการดูดไขมัน การเติมด้วยเซลไขมัน(Micofat transfer/Lipofill) ของตนเองควรเป็นตัวเลือกอันดับแรกไม่ใช่ฟิลเล่อร์ หรือในบริเวณที่มีความเสี่ยงเช่น การเติมแก้ไขเบ้าตาหรือร่องตาลึก ไขมันก็ปลอดภัยกว่าการใช้ฟิลเล่อร์ เพราะไม่ก่อให้เกิดปัญหาเส้นเลือดอุดตันเหมือนที่เคยเกิดกับฟิลเล่อร์ อีกทั้งเป็นการรักษาเพียงครั้งเดียวก็ให้ผลดีในระยะยาว มีน้อยครั้งมากที่ต้องทำซ้ำ ซึ่งผิดกับฟิลเล่อร์ที่ต้องเติมอยู่เรื่อยๆ และทุกครั้งที่เติมก็จะมีความเสี่ยงทุกๆครั้ง นอกจากนี้การเติมฟิลเล่อร์ซ้ำที่เดิมยังทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากพังผืดที่เกิดขึ้นภายใน ผลที่ได้ก็มักจะไม่ดีเหมือนในครั้งแรก ดังนั้นจุดไหนที่สามารถใช้ไขมันได้ ควรเลือกไขมันเป็นอันดับแรก เว้นเสียแต่ว่าเราไม่มีไขมันหรือไม่มีเวลามากพอสำหรับการพักฟื้น ซึ่งการเติมไขมันต้องใช้เวลาพักฟื้นที่นานกว่า อย่างไรก็ตาม ฟิลเล่อร์เองก็มิได้หมายความว่าไม่สามารถใช้ได้เสียเลย ในบางตำแหน่งที่ไขมันทำงานได้ไม่ดี เช่นการเติมในส่วนที่ตื้นๆเช่น ร่องแก้ม ริ้วรอย หรือแผลเป็นตื้นๆ ฟิลเล่อร์มักจะแก้ปัญหาได้ดีกว่า หรือในกรณีที่ต้องการปริมาณเพียงเล็กน้อย เช่น คางหรือริมฝีปาก ตำแหน่งเหล่านี้ฟิลเล่อร์ก็ยังมีที่ใช้ได้อยู่ อีกปัจจัยหนึ่งที่มักไม่ได้รับการบอกกล่าวนั่นก็คือความสามารถของแพทย์ที่แตกต่างกัน แพทย์บางท่านไม่สามารถทำการรักษาด้วยการเติมไขมันได้  ก็มักจะโจมตีว่าเติมไขมันไม่ดี อยู่ไม่นาน หายหมด ทั้งๆที่ตนเองก็ไม่เคยทำหรือทำแต่ไม่เคยได้ผลดี ที่สำคัญไม่เคยเห็นแพทย์ท่านอื่นที่ทำอย่างถูกต้องและได้ผลดีนั้นเป็นอย่างไร ก็จะเชียร์ให้คนไข้ฉีดฟิลเล่อร์อย่างเดียว เพราะทำได้ง่ายกว่า ไม่ต้องใช้ความสามารถอะไรมากนัก …

Continue reading »