Monthly Archive: January 2015

Jan 27

เสริมหน้าผากผ่านกล้อง

endo_silicone

เสริมหน้าผากผ่านกล้อง (Endo-Forehead Augmentation) แม้ว่าหน้าผากเป็นส่วนที่อยู่ส่วนบนสุดของใบหน้าแต่มักได้รับความสำคัญเป็นอันดับท้ายๆรองจากตา จมูก ปาก คางและแก้ม จนเมื่อส่วนอื่นของใบหน้าถูกแก้ไขจนได้ที่แล้ว จึงหันกลับมามองกันที่หน้าผากอีกครั้งหนึ่ง ในความจริงแล้วหน้าผากมีส่วนสำคัญไม่น้อยเลย ต่อความงามและสัดส่วนที่ลงตัวของใบหน้า นอกจากความสูงของหน้าผากที่ควรได้ประมาณ 1/3ของความยาวใบหน้าแล้ว ความโหนกนูนหรือProjection ก็มีความสำคัญไม่น้อย เพื่อให้รับกับความโด่งของจมูก โหนกแก้มและ คาง ที่เรียกันว่า S-Line เมื่อมองจากด้านข้าง การแก้ไขเพื่อความลงตัวของหน้าผาก (Forehead Harmonization) ในปัจจุบันการแก้ไขความบกพร่องของหน้าผากทำได้ไม่ยากเลย มีตั้งแต่การฉีดเติมเต็มหน้าผากด้วยการใช้สารเติมเต็ม(Filler) ,การเติมเต็มด้วยไขมัน(Microfat transfer), การผ่าตัดเสริมหน้าผากด้วยแผ่นซิลิโคนหรือซีเมนต์เทียม เป็นต้น ในแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป การฉีดเติมเต็มด้วยฟิลเล่อร์ ข้อดี ทำได้ง่าย บวมช้ำน้อยกว่าวิธีอื่นๆ เติมแก้ไขได้ง่าย ข้อเสีย ค่าใช้จ่ายสูง ต้องเติมบ่อยๆ มีโอกาสเป็นคลื่นๆได้ถ้าเติมไม่ถูกวิธีหรือเติมซ้ำหลายๆครั้ง แก้ไขได้ยากมากถ้าเป็นสารเติมเต็มชนิดถาวร มีโอกาสแพ้สารที่เติมหรืออนุภาคสารเติมเต็มไปอุดหลอดเลือดที่สำคัญทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือดไปเลี้ยงหรือตาบอดได้ การเติมเต็มด้วยเซลไขมัน ข้อดี เป็นเซลไขมันของเราเอง ,ไม่แพ้แน่นอน, สามารถเติมได้ในปริมาณมากๆ ข้อเสีย ในกรณีเซลไขมันที่เติมสลาย(Resorbtion)ไม่เท่ากัน ทำให้เกิดเป็นคลื่นไม่เรียบ อาจต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้งเพื่อปรับผิวให้เรียบ,ทุกครั้งที่เติมต้องดูดไขมันใหม่ การแก้ไขจึงทำได้ยากกว่า การผ่าตัดเสริมด้วยซิลิโคนแผ่น(แบบเก่า) ข้อดี ผิวเรียบ …

Continue reading »

Jan 14

ผ่าตัดจมูกแบบเปิด

open_rhino

ผ่าตัดจมูกแบบเปิด(Open Rhinoplasty) โดยทั่วไปการผ่าตัดเสริมจมูกจะเป็นแบบปิด(Closed Rhinoplasty) โดยจะมีแผลผ่าตัดอยู่ริมด้านในของจมูก อาจมีหนึ่งหรือสองด้านก็ได้ขึ้นกับความถนัดของศัลยแพทย์เป็นหลัก วิธีนี้มักจะใช้กับการเสริมแท่งซิลิโคนโดยทั่วไป หรือการเสริมด้วยเนื้อเยื่อของเราเองเช่นไขมันหรือแผ่นหนังเป็นต้น ข้อจำกัดของวิธีนี้คือไม่สามารถมองเห็นโครงสร้างที่อยู่ภายในได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกระดูกอ่อนและชั้นไขมันใต้ผิวหนัง การผ่าตัดจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) เป็นการผ่าตัดที่มีแผลเพิ่มบริเวณแนวกลางของจมูก (Columalla ) เพื่อเชื่อมต่อแนวแผลริมด้านในของจมูกทั้งสองด้าน ทำให้เราสามารถพลิกผิวหนังปลายจมูกขึ้น (คล้ายกับการเปิดกระโปรงท้ายรถ)ทำให้เราสามารถมองเห็นโครงสร้างของกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้อย่างชัดเจน จึงเหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการแก้ไขปลายจมูกที่ใหญ่ให้เล็กและเรียวขึ้น เนื่องจากเราสามารถจัดโครงสร้างกระดูกอ่อนใหม่พร้อมทั้งลดความหนาของผิวหนังปลายจมูกลงได้ อีกทั้งยังสามารถยืดปลายจมูกให้ยาวขึ้นได้ด้วยการนำกระดูกอ่อนจากส่วนอื่น เช่น ผนังกั้นจมูกหรือใบหูมาต่อบริเวณปลายจมูก ที่เรียกว่า การยืดปลายจมูก (Septal extension graft) เพื่อให้จมูกยาวขึ้นหรือการทำจมูกแบบหยดน้ำ วิธีการผ่าตัดแบบเปิดยังมีประโยชน์ในกรณีที่มีความผิดปกติของโครงสร้างภายในจมูกแต่กำเนิดเช่น จมูกผิดรูปจากโรคปากแหว่งเพดานโหว่ หรือในกรณีที่มีการฉีดสารเติมเต็มชนิดไม่สลายแล้วตกค้างเช่นพวกซิลิโคนเหลวหรือสารอควอมิด (Aquamid) หรือกรณีที่พบบ่อยกว่าคือการแก้ไขจมูกที่เสริมมาแล้วหลายครั้งจนพังผืดหนา จำเป็นต้องตัดพังผืดออกก่อนเพื่อให้จมูกดูเล็กลง เป็นต้น การทำผ่าตัดจมูกแบบเปิดจำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เนื่องจากเนื้อเยื่อบริเวณนี้คนค่อนบอบบาง โอกาสผิดรูปมีได้สูงถ้าแพทย์ผ่าตัดไม่มีความรู้ด้านกายวิภาคบริเวณนี้ดีมากพอ อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดแผลเป็นที่เห็นได้ชัดด้วย ดังนั้นการเลือกแพทย์เพื่อการทำศัลยกรรมจมูกแบบเปิดคงต้องดูให้ดีเป็นพิเศษ เนื่องด้วยปัจจุบันแพทย์ส่วนหนึ่ง(แพทย์ที่ไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานแพทยสภา) มักชอบตั้งตัวเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตามสื่อต่างๆกันมาก กรณีที่สงสัยสามารถสอบถามไปยังสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทยหรือแพทยสภาก่อนจะปลอดภัยกว่าครับ