Monthly Archive: September 2014

Sep 23

กูรู หรือ กู(แค่)รู้

kuru

กูรู หรือ กู(แค่)รู้  วันนี้มาฟังเรื่องเบาๆ ที่ไม่เกี่ยวกับวิชาการมากนัก ถือเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก็แล้วกัน ในปัจจุบันเราจะเห็นโฆษณาในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการแพทย์ความงามค่อนข้างมาก ทุกคนมักอ้างว่าตนเองเป็นแพทย์ผุู้เชี่ยวชาญ บางท่านพูดขนาดถึงว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นๆของเมืองไทยก็มี ไม่รู้ว่าใครจัดอันดับให้ เพราะวงการแพทย์ทั่วโลกไม่เคยมีระบบการจัดอันดับแบบนี้เลย ยกเว้นจะรู้เป็นการภายใน ว่าแพทย์ท่านไหนจะเชี่ยวชาญเรื่องใดเป็นพิเศษเท่านั้น ไม่ใช่การแต่งตั้งตนเอง บางท่านไปอบรมแค่ไม่กีวัน กลับมาขึ้นป้ายโฆษณาเป็นกูรูกันใหญ่ บางท่านไม่เคยทำหรือทำแค่ไม่กี่เคส การติดตามผลระยะยาวๆก็ไม่เคยเห็น กลับตั้งตนเป็นเจ้าพ่อเปิดอบรมกันใหญ่ ถ้ามันง่ายขนาดนั้น คงไม่ต้องมีการเรียนเป็นแพทย์เฉพาะทางกันแล้ว จริงมั้ยครับ เรามารู้จักคำต่างๆที่ใช้กันในวงการ จะได้รู้ว่าใครเป็นกูรูตัวจริง ในกรณีที่แพทย์ท่านนั้นเป็นแพทย์เฉพาะทาง จะต้องได้ วุฒิบัตรหรืออนุมัตบัตรที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภาในสาขาวิชานั้นๆ ในทางการแพทย์เรียกว่า ต้องมีBoard certified เพราะแพทย์แต่ละท่านต้องเข้ารับการฝึกอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทางซึ่งต้องใช้เวลาในการศึกษาต่ออีก 3-5 ปีเป็นอย่างน้อย เช่น ศัลยแพทย์ตกแต่ง ก็ต้องมี Board certified of plastic surgery,แพทย์ผิวหนัง ก็ต้องมี Board certified of dermatology  เป็นต้น อันนี้ดูไม่ยาก แต่ถ้าอ้างตนเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่มีแค่ใบเข้าประชุมหรือใบCertification ที่ชอบติดกันตามคลินิกทั่วไป อันนั้นไม่เรียกว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ เป็นใบที่แจกกันทั่วไปหลังการเข้าร่วมประชุม ซึ่งแจกทุกคน …

Continue reading »

Sep 18

จมูกโต(2)

จมูกโต (2) ดังที่กล่าวแล้วสาเหตุของจมูกโตมีได้หลายอย่างตั้งแต่ ฐานกระดูกกว้าง กระดูกอ่อนบาน ไขมันเยอะและผิวหนังหนา เรื่องฐานกระดูกกว้างได้พูดไว้แล้วในจมูกโต(1) ใครสนใจย้อยกลับไปดูได้ของเดือน Mar 2014 คราวนี้เรามาดูส่วนอื่นกันบ้าง กระดูกอ่อนบาน ปลายจมูกของเรานั้นจะประกอบด้วยกระดูกอ่อน 2 ส่วนคือส่วนบน(Upper Lateral Cartilage) และส่วนปลายปีก (Alar Cartilage) ส่วนที่เกี่ยวข้องกับจมูกที่โตคือกระดูกอ่อนส่วนปลายปีกที่มีลักษณะะคล้ายปีกนกที่แผ่ออกไปสองด้าน ถ้าแผ่กว้าง ปลายจมูกก็จะบานหรือใหญ่ รายที่กางไม่มากปลายจมูกก็จะยกขึ้นและดูเล็กกว่า ซึ่งคนเอเชียอย่างเราๆนั้นมักมีกระดูกอ่อนที่เล็กและกางกว่าคนยุโรป (Caucasian) ทำให้ปลายจมูกของเราดูโตและเตี้ยกว่า การแก้ไข ต้องใช้วิธีที่เรียกว่า ศัลยกรรมจมูกแบบเปิด (Open rhinoplasty ) เพื่อตรวจดูลักษณะของกระดูกอ่่อนที่มีอยู่ จากนั้นจึงทำการปรับแต่งกระดูกอ่อนส่วนปลายปีกด้วยการเย็บให้ได้รูปที่เล็กลง ซึ่งมักจะต้องนำกระดูกอ่อนจากหลังใบหูมาร่วมด้วยเสมอ วิธีนี้นอกจากจะทำให้ปลายจมูกเล็กลงแล้ว ยังทำให้จมูกดูยาวขึ้นได้อีกด้วย การผ่าตัดรักษาด้วยวิธีนี้ศัลยแพทย์ต้องมีความชำนาญมากๆ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้จมูกเสียรูปแบบถาวรได้ ไขมันเยอะ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าจมูกที่โตนั้นเกิดจากไขมันที่เยอะ เมื่อขูดออกแล้วจะทำให้จมูกเล็กลง จริงอยู่ แม้ว่าไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จมูกดูโตได้  แต่ก็ไม่ได้หนามากๆจนเป็นสาเหตุหลักอย่างที่เข้าใจกัน แถมยังพบน้อยกว่ากรณีกระดูกอ่อนบานเสียอีก การแก้ไขก็คือการเอาไขมันส่วนเกินออก ซึ่งมักจะได้ไม่มากนัก เพราะถ้าเอาออกมากๆ ผิวหนังจะบางเกินไป ทำให้ผิวหนังขาดเลือดไปเลี้ยงและตายได้ ที่สำคัญการเอาไขมันออก จะทำให้เกิดพังพืดมาแทนซึ่งบวกลบคูณหารแล้วจมูกก็ไม่ได้เล็กลงมากนัก ผิวหนังหนา …

Continue reading »

Sep 06

ปรับรูปหน้าแบบเติมเต็ม

facial analysis

ปรับรูปหน้าแบบเติมเต็ม การปรับแต่งรูปหน้าให้ดูอ่อนวัย นอกจากการทำศัลยกรรมดึงหน้าแล้ว “การเติมเต็ม” ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ วิธีนี้เรียกว่า การปรับรูปหน้าแบบเติมเต็ม หรือ Volumetic facelift เป็นการใช้สารเติมเต็ม ( Filler) หรือไขมัน( Lipofill)  เติมในส่วนที่ขาดให้ดูเต็ม สมส่วน เช่น ในกรณีที่ขมับตอบ แก้มตอบ เบ้าตาลึก ริมฝีปากบาง หรือใช้เพื่อเติมบางส่วนให้ดูมีมิติมากขึ้น เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก จมูก หรือคาง  นอกจากนี้เรายังสามารถใช้การเติมเพื่อยกกระชับใบหน้าได้ด้วย เช่น ยกหางตาหรือยกแก้ม เป็นต้น วิธีนี้สามารถทำได้กับทุกวัย ขึ้นกับวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่ทั้งนี้แพทย์ที่ให้การรักษาจะต้องมีพื้นฐานทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ( Plastic surgery )พอสมควร ในการวิเคราะห์ปัญหาบนใบหน้า  (Facial Analysis) โดยเฉพาะความแม่นยำในเรื่องกายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) เพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ข้อแตกต่างระหว่างสารเติมเต็มกับไขมัน สารเติมเต็มสามารถเลือกนำมาใช้ได้ทันที โดยที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการพักฟื้นมากนักเมื่อเทียบกับไขมันที่ต้องผ่านขบวนการนำไขมันออกจากร่างกายและผ่านขั้นตอนการแยกเซล ก่อนที่จะนำมาใช้ได้ และมีระยะพักฟื้นที่ยาวกว่าเล็กน้อย แม้ว่าสารเติมเต็มจะใช้ได้ง่ายกว่า แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีไม่น้อยเช่นกัน ได้แก่ สารเติมเต็มไปอุดหลอดเลือดข้างเคียงทำให้ผิวหนังตาย หรือถ้าไปอุดหลอดเลือดที่สำคัญก็ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นๆขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างถาวร …

Continue reading »