Monthly Archive: June 2013

Jun 23

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ถูกละเลย

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ถูกละเลย ทำไมทำตาสองชั้นแล้วตายังดูปรือๆ ทำไมหลังทำตาสองชั้น ชั้นตาก็ดูสูงแต่ตาก็ยังรู้สึกหนัก ทำไมทำตาสองชั้นแล้วตาไม่เท่ากัน ทำไมเวลาลืมตาต้องเลิกคิ้วตลอดเวลา และอื่นๆ คำตอบสำหรับคำถามทั้งหมดอยู่ที่ กล้ามเนื้อที่ใช้ในการลืมตา (Levator Palpebre Superioris muscle) มีอาการอ่อนแรงกว่าปกติ ซึ่งโดยมากแล้วเป็นมาตั้งแต่กำเนิด ที่เรียกว่า Congenital Ptosis แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่เป็นตอนอายุมากเนื่องจากกล้ามเนื้อที่อ่อนล้าลงตามวัย ที่เรียกว่า Senile ptosis โดยปกติไม่ว่าดวงตาจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน หนังตาบนจะปิดทับที่ขอบตาดำในภาวะมองตรงประมาณ 1-2 มม. ดังนั้นถ้าท่านไหนที่มีหนังตาบนปิดขอบตาดำมากว่านี้ก็จัดเป็นกลุ่มหนังตาตกจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรืออ่อนล้าทั้งหมด อาการที่สังเกตได้ง่ายคือ เป็นคนมีหนังตาชั้นเดียว เห็นตาดำได้ไม่มาก เวลาลืมตาต้องใช้การเลิกคิ้วช่วยเพื่อให้ตามองเห็นได้ชัดขึ้น จนมีรอยย่นเหนือคิ้วก่อนวัยอันควร อาการมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับของการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อเป็นหลัก รายที่เป็นมากจะสังเกตได้ค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่วัยเด็ก รายที่เป็นน้อยหรือเป็นข้างเดียวมักจะไม่ค่อยชัดเจนมากนัก เนื่องจากมักเข้าใจว่าเกิดจากตาชั้นเดียวเลยลืมตาได้ไม่มาก มักจะทราบก็ต่อเมื่อไปผ่าตัดหรือเย็บให้เป็นตาสองชั้น เพราะสิ่งที่ได้มักจะไม่เหมือนกับคนตาปกติที่ทำตาสองชั้นโดยทั่วไป มักจะได้ตาสองชั้นแบบปรือๆ คล้ายคนง่วงนอนมาแทน หรือไม่ก็ได้ตาสองชั้นไม่เท่ากันสองข้าง ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากความบกพร่องในการตรวจตั้งแต่แรก และมักจะเป็นปัญหาที่ต้องถกเถียงระหว่างแพทย์และคนไข้อยู่บ่อยครั้ง ในกรณีที่เป็นน้อยมากๆก็ยากในการวินิจฉัยตั้งแต่แรกเช่นกัน  ลำพังการผ่าตัดหรือเย็บตาสองชั้นไม่ก่อให้เกิดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแน่นอน ยกเว้นระยะหลังผ่าตัดใหม่ๆที่ยังบวมอยู่เท่านั้น ดังนั้นเพื่อลดการถกเถียงในภายหลัง การตรวจวินิจฉัยก่อนผ่าตัดจึงมีความสำคัญมากๆ การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตั้งแต่เกิดหรือกล้ามเนื้ออ่อนล้าในวัยสูงอายุ จะมีหลักการคล้ายๆกันคือ เย็บกล้ามเนื้อที่ใช้ในการลืมตาให้สั้นลง (ไม่ใช่วิธีการทำตาสองชั้นโดยปกติทั่วไป )เพื่อว่าไม่ต้องออกแรงมากเวลาที่ต้องลืมตากว้างๆ เปรียบได้กับการดึงผ้าม่านชนิดแนวตั้งเผื่อไว้ก่อน ถ้าต้องการเปิดให้สุดก็ดึงหรือออกแรงอีกเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปิดได้เต็มบาน เป็นต้น …

Continue reading »

Jun 16

แก้ตาตกผ่านกล้อง

endo_browlift

แก้ตาตกผ่านกล้อง  อย่างที่กล่าวแล้วในเรื่องหางตาตกโจทย์ที่แก้ไม่ตรง ว่าสาเหตุเป็นอย่างไร คราวนี้เราจะมาพูดถึงวิธีแก้ไขกัน โดยหลักการก็มีอยู่ว่าถ้าเราสามารถยกหางคิ้วขึ้นได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ก็สามารถจะแก้ไขปัญหาเรื่องหางตาตกได้เป็นอย่างดี ในกรณีที่หางตาตกไม่มาก การแก้ไขด้วยการไม่ผ่าตัด เช่น การฉีดโบท็อกบริเวณหางคิ้ว หรือการยกกระชับผิวหนังบริเวณหน้าผากเช่น การทำเทอร์มาร์จก็พอจะช่วยได้บ้างแต่จะไม่ถาวร สำหรับกรณีที่ตกมากแนะนำให้ใช้วิธีการผ่าตัดจะดีกว่า การผ่าตัดเพื่อยกหางคิ้ว  มีด้วยกันหลายวิธี 1. การผ่าตัดผิวหนังเหนือคิ้วออก แล้วเย็บเข้าหากัน ทำได้ง่าย แต่จะมีแผลเป็นที่มองเห็นชัดเจน 2. การผ่าตัดบริเวณไรผม กรณีนี้ดีหน่อยแผลไม่ชัดเท่ากรณีแรก แต่รวบผมไม่ได้ และบางครั้งแผลเป็นอาจขยายตัวออกทำให้เห็นชัดขึ้น 3. การผ่าตัดบริเวณขมับ สามารถซ่อนแผลได้ดีในระดับหนึ่ง ต้องตัดผิวหนังศรีษะออกบางส่วน แผลมักจะยาว บางครั้งก็ทำให้หางคิ้วชี้มากเกินไป และไม่ ได้สัดส่วนกับหัวตา 4.การดึงคิ้วผ่านกล้อง (Endolift / EndoBrow Lift) เป็นวิธีที่ใช้กล้องเข้ามาช่วยในการผ่าตัด ทำให้แผลที่หนังศรีษะมีขนาดเล็กเพียง 1 ซม.เหมือนกับการผ่าตัดผ่านกล้องอื่นๆที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่าเป็นผ่าตัดนิดเดียวที่หนังศรีษะ แต่ความจริงแล้วเป็นการผ่าตัดที่มีขอบเขตทั่วทั้งหน้าผาก จนถึงเบ้าตาเพียงแต่มีแผลขนาดเล็กเท่านั้น การแก้ไขและปรับสมดุลย์ของกล้ามเนื้อรอบดวงตาใหม่เป็นเป้าหมายหลัก   เพื่อให้กล้ามเนื้อมีกำลังในการยกคิ้วที่มากกว่าเดิม โดยไม่ต้องตัดผิวหนังหรือผมออกแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการผ่าตัดผ่านกล้องขยายทำให้เรามองเห็นโครงสร้างภายในได้อย่างชัดเจนจึงปลอดภัยต่อเส้นเลือดและเส้นประสาทเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถเข้าไปแก้ไขรอยย่นและรอยขมวดคิ้วได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ผลที่ได้จะทำให้หางคิ้วยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และตาสองชั้นที่ชัดเจนมากขึ้น การผ่าตัดดึงหางตาผ่านกล้องไม่ได้ใช้เวลาพักฟื้นยาวนานอย่างที่คิด เพียงหนึ่งสัปดาห์ก็สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย …

Continue reading »

Jun 16

หางตาตกโจทย์ที่แก้ไม่ตรง

หางตาตกโจทย์ที่แก้ไม่ตรง ทำไมบางคนทำตาสองชั้น หรือผ่าตัดหนังตาบน จึงประสบความสำเร็จ ดูสวยและอ่อนวัย ขณะเดียวกับอีกกลุ่มหนึ่งกลับทำแล้วผิดหวัง ยิ่งทำยิ่งดูแก่ลง (สู้ไม่ทำเสียดีกว่า) คำตอบก็คือ วิเคราะห์ปัญหาผิด ทำให้แก้ไขไม่ตรงจุด ปัญหาเรื่องหนังตาตก เกิดจากหนังตาที่เกินและหางคิ้วที่ตกหรือต่ำ ขึ้นอยู่กับว่าอันไหนมากกว่ากัน  บางคนเกิดมาพร้อมกับคิ้วที่ต่ำ โอกาสที่หนังตาจะตกมาปิดทำให้ดูเศร้าๆก็มีมากกว่าคนที่มีระดับคิ้วที่สูงกว่า เรียกว่าเสียเปรียบเชิงกลกันตั้งแต่ออกสตาร์ท เมื่อถึงวัยหนึ่งประมาณ35อัพ นอกจากหนังตาที่เริ่มตกมาบังชั้นตาแล้ว คิ้วก็ต่ำลงมาโดยเฉพาะหางคิ้ว จุดนี้เองที่ทำให้เรารู้สึกว่าทำไมตาเราดูไม่สดใสเหมือนเดิม ดูตกๆยังไงชอบกล และมักจะโทษหนังตาที่เกินเป็นสาเหตุ พอไปพบแพทย์ก็จัดการตัดหนังตาส่วนเกินออกให้ สนองความคิด(ผิดๆ) ทันที ผลปรากฎว่าผิดหวัง ไม่เป็นเหมือนอย่างที่คิด ทำไมหรือ คนส่วนมากอยากให้หางตาไม่ตกชนิดปลายเปิด ไม่ใช่หางตาลู่ลงอย่างที่ได้จากการตัดหนังตา นั่นหมายถึงการยกสูงของหางคิ้วพร้อมๆกับปลายชั้นตาที่ยกขึ้นไม่ลู่ลง เป็นภาพที่เหมือนกับการดึงหน้าผากส่วนที่อยู่เหนือคิ้วขึ้นนั่นเอง การแก้ไขที่ถูกต้องจึงควรเป็นการยกหางคิ้วขึ้น เพื่อให้หางตายกขึ้นและปลายตาเปิดออกนั่นเอง ไม่ใช่การตัดหนังตาออก เพราะการทำเช่นนั้น นอกจากจะไม่ตอบโจทย์หรือสิ่งที่ตนเองอยากได้แล้ว บ่อยครั้งทำให้หางคิ้วและหางตาลู่ลงมากจนดูเศร้ากว่าเดิม ในกรณีที่มีหนังตาเกินมากร่วมด้วย การยกหางคิ้วเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ การเก็บหนังตาออกเล็กน้อยก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำร่วมด้วย แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี คงต้องอ่านต่อใน แก้ตาตกผ่านกล้อง ครับ