Monthly Archive: February 2013

Feb 27

เท็จหรือจริงเรื่องการฉีดไขมัน

Filler

เท็จหรือจริง เรื่องการฉีดไขมัน เข้าใจว่าหลายท่านยังมีความสับสนในเรื่องการฉีดไขมันพอสมควร บ้างก็ว่าดี บ้างก็ว่าไม่ดี ขึ้นกับว่าข้อมูลนั้นๆเราได้มาจากใคร ยิ่งอ่านมากยิ่งสับสนจนไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี เพื่อเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องนี้ ผ่านประสบการณ์การฉีดเติมเต็มด้วยเซลไขมันมาเกือบ 10 ปี คงจะช่วยทำให้เกิดความกระจ่างได้มากขึ้น   1.ไขมันที่ฉีดไป สองเดือนก็หายหมด จริงหรือไม่ ข้อจริง : ไขมันบางส่วนจะสลายไป ระหว่างที่รอให้มีเลือดไปเลี้ยง ข้อเท็จ :  แต่จะมีไขมันอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับเลือดไปเลี้ยงแล้วสามารถดำรงความเป็นเซลไขมันใหม่ได้ เหมือนเซลไขมันโดยทั่วไป ดังนั้นมันจึงไม่ได้หายไปหมดอย่างที่พูดกัน 2.ไขมันที่ฉีดไปจะไม่เรียบ เป็นตะปุ่มตะป่ำ จริงหรือไม่ ข้อจริง: ถ้าฉีดไม่ถูกวิธี เช่น ฉีดตื้นเกินไป ,ใช้เข็มขนาดใหญ่เกินไป อันนี้ทำให้เกิดเป็นตะปุ่มตะปำ่ ผิวไม่เรียบแน่นอน ข้อเท็จ : ถ้าแพทย์เข้าใจในเรื่องการเติมเต็มด้วยเซลไขมันเป็นอย่างดี ย่อมที่จะเลือกเติมในชั้นของผิวหนังที่ถูกต้อง ซึ่งแต่ละส่วนของใบหน้าหรือร่างกายก็จะมีจุดให้เติมที่แตกต่างกันออกไป ไม่ใช่สักแต่ว่าฉีดๆเข้าไปเท่านั้น การฉีดที่ถูกต้องจะทำให้ผิวเรียบเนียน ไม่เป็นก้อนอย่างที่เข้าใจ(ผิด)กัน 3.ไขมันที่ฉีดไป ต้องกลับไปเติมใหม่ จริงหรือไม่ ข้อจริง : คนที่มีอัตราการเผาผลาญไขมันสูง หรือ ผอมลง หรือไป Burn มากขณะที่เซลไขมันยังไม่ติดดี อาจทำให้ไขมันส่วนที่เติมลดลงได้ …

Continue reading »

Feb 05

โอเลเซอร์

o_laser

โอ เลเซอร์ (O-Laser) ลดเหงื่อไร้กลิ่น อีกไม่นานก็จะเข้าสู่หน้าร้อนอีกแล้ว (ความจริง เดี๋ยวนี้บ้านเราก็มีเพียงฤดูเดียวแล้วมั๊ง คือ ร้อนมากกับร้อนน้อย !!!) หลายๆท่านมักมีปัญหาของเหงื่อออกมากใต้วงแขน ซึ่งมักจะมีผลให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ตามมาบางท่านอาจใช้โรลออน ช่วยแต่ก็มักได้เพียงลดกลิ่นลงเท่านั้น ไม่สามารถลดเหงื่อใต้วงแขนลงได้ บางคนต้องเตรียมเสื้อไปเปลี่ยนในที่ทำงานก็มี การที่เรามีกลิ่นและเหงื่อมากกว่าปกติ เนื่องจากจำนวนต่อมเหงื่อ (Sweat glands)ที่อยู่ใต้วงแขน มีมากกว่าปกติ ทำให้สามารถผลิตเหงื่อออกมาได้เป็นจำนวนมากในเวลาสั้นๆ ดังนั้นการรักษาจึงมีทางเดียวคือลดจำนวนต่อมเหงื่อหรือลดการทำงานของต่อมที่มีอยู่ให้น้อยลง ลดการทำงานชั่วคราว โบท็อก (Botox) จัดว่าเป็นยาที่สามารถลดการทำงานของต่อมเหงื่อได้เป็นอย่างดี การรักษาแต่ละครั้งสามารถลดจำนวนเหงื่อให้น้อยลงได้อย่างน้อยก็ 4 เดือน อย่างไรก็ตามวิธีนี้ก็ยังต้องมารักษาซ้ำอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากโบท็อกสมารถาลดได้เพียงการทำงานของต่อมเหงื่อเท่านั้น ไม่สามารถลดจำนวนของต่อมได้ โอ เลเซอร์ ลดเหงื่อไร้กลิ่น โอ เลเซอร์ (O-laser) เป็นการรักษาที่ถือว่าได้ผลดีทีเดียวสำหรับการลดจำนวนของต่อมเหงื่อให้น้อยลง เนื่องจากแสงเลเซอร์จะไปทำลายตัวต่อมซึ่งมีขนาดเล็กบริเวณผิวหนัง ทำให้จำนวนต่อมลดลงอย่างถาวร โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อของผิวหนังเองแต่อย่างใด เลเซอร์ชนิดนี้จะถูกนำผ่านสายไฟเบอร์ออปติก(Fiber optic) ขนาดเล็กเท่าไม้จิ้มฟัน ดังนั้นจึงไม่ก่อให้เกิดแผลเป็นเหมือนการผ่าตัดสมัยก่อน  ผลที่ได้สามารถลดปริมาณของเหงื่อได้ถึง 70% ในบางราย เนื่องจากเป็นการลดจำนวนของต่อมเหงื่อดังนั้นผลการรักษาจึงอยู่ได้ยาวนานกว่า แม้ว่าในบางรายที่มีการสร้างต่อมเหงื่อเพิ่มขึ้นมาใหม่ เมื่อเวลาผ่านไป  การรักษาด้วยโอ เลเซอร์ซ้ำก็สามารถทำได้อีก นอกจากนี้ …

Continue reading »

Feb 05

ความหวังกับสิ่งที่เป็นจริง

siamswan

ความหวังกับสิ่งที่เป็นจริง ในสังคมปัจจุบันคงยากที่จะปฎิเสธได้ว่าการแพทย์ความงามได้เข้ามามีบทบาทต่อสังคมไทย โดยเฉพาะสังคมเมือง ทุกคนต่างต้องการให้ตนเองดูดีที่สุดในสายตาของคนรอบข้าง หรือแม้แต่สายตาของตนเอง ยิ่งในยุค3G เช่นทุกวันนี้ แทบจะทุกอริยบทในชีวิตประจำวัน จะถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ แล้วส่งออกไปเพื่อให้คนรอบข้างรวมถึงตนเองด้วยได้ดู แล้วบ่อยครั้งเราก็จะพบว่ามีหลายจุดที่เรายังไม่พึงพอใจ การเข้าสู่การแพทย์ความงามจึงเริมต้นขึ้นในทันที หลายคนมักจะนำภาพของบุคคลที่ตนเองชื่นชอบซึ่งส่วนมากแล้วมักเป็น ดารา ทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้นแบบ และหลายๆคนก็มักพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น ถามว่าความคิด นั้น ผิดไหม ก็คงไม่ผิด แต่ต้องถามกลับว่า แล้วมันจะเป็นไปได้ไหม อันนี้คงต้องคิดหนักเพราะมีความสำคัญมากกว่า คนเรานั้นเกิดมาด้วยสรีระที่แตกต่างกันตามลักษณะพันธุกรรมของแต่ละครอบครัว การปรับแต่งทางกายภาพนั้นสามารถทำได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถปั้นแต่งให้ได้ตามใจปรารถนาทั้งหมด ที่สำคัญการปั้นแต่งในแต่ละครั้งจะถูกแฝงด้วยความเสี่ยงต่อการผิดพลาดหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด มากน้อยแล้วแต่ขั้นตอนและรายละเอียดของการแก้ไขนั้นๆ ถ้าจะบอกว่าไม่มีความเสี่ยงเลย คงเป็นการพูดที่เกินเลยความจริงไป หลายครั้งที่เรามักอยากเอาชนะธรรมชาติ ทำแล้วทำอีก ไม่ถึงจุดที่ตนเองพอใจซักที (จุดที่ตนเองพอใจมักถูกปลี่ยนไปเรื่อยๆ) จนเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ที่สำคัญยิ่งทำยิ่งดูแย่กว่าเดิมโดยที่ตนเองไม่รู้ตัว บางรายก็เข้าขั้นเสพติดศัลยกรรมไปเลย เราต้องไม่ลืมว่าเนื้อเยื่อของเรานั้น เป็นสิ่งที่มีชีวิต ทุกครั้งที่มีการกระทำต่อเนื้อเยื่อย่อมทำให้เนื้อเยื่อนั้นๆบาดเจ็บและลดคุณภาพลงไปเรื่อยๆ การจะปรับแต่งในครั้งหลังๆจะทำได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่จะสำเร็จจึงน้อยลงตามจำนวนครั้งที่รักษา ดังนั้นก่อนที่จะวาดฝันครั้งต่อไป อย่าลืมนึกถึงความเป็นไปได้ว่า จริงๆแล้ว มันไกลเกินไปหรือไม่ อย่างน้อยเนื่้อเยื่อของเราจะได้ไม่ต้องมาบาดเจ็บฟรีๆ เราสวยในแบบที่เป็น “ตัวเรา” จะดีกว่าไหมครับ