«

»

Sep 18

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคือใคร

แพทย์เฉพาะทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคือใคร

วันนี้บังเอิญได้อ่านบทความของคนไข้รายหนึ่งที่เกิดปัญหาผิวหน้าอักเสบจากคลินิกความงามแห่งหนึ่ง แต่แพทย์ในคลินิกนั้นไม่สามารถวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาให้ได้ จนคนไข้ต้องไปรับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ทั้งๆที่เป็นปัญหาพื้นๆเรื่องการแพ้ยาเท่านั้น ฟังดูแล้วเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

เนื่องจากความต้องการด้านการแพทย์ความงามได้ขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ทำให้แพทย์ที่จบใหม่ ต่างมุ่งหวังเข้ามาสู่ตลาดแห่งนี้ แต่เดิมนั้นแพทย์ที่ต้องการเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาใด ไม่ว่าจะเป็นพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตา หู คอ จมูก ต่างต้องสมัครเข้ารับการฝึกอบรมจากโรงเรียนแพทย์หลังจากที่จบแพทย์ศาสตร์บัณฑิตแล้ว และส่วนใหญ่ต้องผ่านการทำงานในโรงพยาบาลของรัฐแล้วอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งในช่วง 3 ปีนี้แพทย์ทุกท่านจะได้รับประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยทั่วไปมาเป็นอย่างดี

ในช่วงการฝึกอบรมเพื่อเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางไม่ว่าจะเป็นสาขาใด แพทย์ทุกท่านจะถูกอาจารย์แพทย์ทั้งอบทั้งรม บ่มเพาะจนได้ที่ เป็นเวลาอย่างน้อย 3-5 ปี เพื่อที่จะผ่านด่านการสอบเพื่อ “ใบวุฒิบัตรของการเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา (Board certified) “ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งหลายได้เรียนลงในแนวลึก เห็นทั้งข้อดีข้อเสีย และที่สำคัญอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการรักษา ทำให้มีความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากเห็นมามาก ส่วนมากแล้วมักจะไม่ค่อยกล้าทำในกรณีที่ไม่แน่ใจ หรือมักจะ “รอ” ในกรณีที่ “ต้องรอ” และมักหลีกเลี่ยงในกรณีที่ไม่จำเป็น เพื่อไม่ต้องการให้คนไข้ได้รับความเสี่ยง เข้าทำนอง ” รู้มาก แต่ทำน้อย “ เพราะกว่าจะได้ใบวุฒิบัตรมา ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ในทางตรงกันข้าม  แพทย์จบใหม่ในปัจจุบัน บางท่าน (ขอย้ำบางท่าน) ตั้งตนเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโน้นด้านนี้ ทั้งๆที่ไม่เคยได้ผ่านการฝึกอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทางแต่อย่างใด บางคนเพิ่งเดินออกจากโรงเรียนแพทย์ด้วยซ้ำไป ไม่ต้องพูดถึงว่าเคยรักษาคนไข้มาแล้วกี่ราย บางคนไปเข้าประชุมอบรมได้ ” ใบเข้าประชุม” มา แล้วนำมาติดไว้ที่คลินิก บอกว่าเป็น Certificate จากสถาบันต่างๆ ทั้งๆที่เขียนว่า Certficate of Attendance คนไข้เห็นแล้วก็รู้สึกว่าดี ทั้งๆที่เป็นใบที่บอกว่า “คุณได้เข้าร่วมฟังประชุม” เท่านั้นเอง มิได้หมายความว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่อย่างใด ต่างกับ ” ใบวุฒิบัตรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ” ที่ได้รับการรับรองโดยแพทยสภา อย่างสิ้นเชิง

ด้วยการเข้าฟังประชุมเพียงอย่างเดียว ดูผลงานของผู้บรรยายว่าดีอย่างโน้นอย่างนี้ เลยเห็นเป็นเรื่องง่าย เชื่อโดยไม่ต้องคิดมาก พอนำไปปฎิบัติจริง กลับไม่เป็นอย่างที่ฟังมา เกิดปัญหาตามมา โชคดีหน่อยก็แค่ไม่ได้ผล โชคร้ายหน่อยก็เสียโฉมหรือพิการ ที่สำคัญคือเวลาเกิดเรื่องแล้ว ตัวเองก็ไม่รู้ว่าเกิดเพราะอะไร เพราะไม่ได้มึพื้นฐานที่ดีพอ เลยไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร สุดท้ายลงเอยที่คนไข้ต้องดิ้นรนไปหาวิธีแก้ไขเอง เข้าทำนอง ” เรียนผูก ไม่เรียนแก้ “ เวลามาหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตัวจริง บางครั้งปัญหามันก็หนักหนาสาหัสเกินกว่าจะแก้ไขก็มี

ข้อแตกต่างอีกประการหนึ่ง คือ “คนที่รู้น้อย มักมีความกล้ามาก” เนื่องจากไม่เคยเห็น สิ่งที่น่ากลัวและเป็นอันตรายมาก่อน เลยมักคิดว่าทุกอย่างมันดูง่ายไปหมด ผิดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงที่มักจะ “มีความกลัว มากกว่าความกล้า” เพราะรู้ลึกและเห็นมามากกว่า สิ่งไหนที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยง จึงมักจะหลีกเลี่ยงหรืออธิบายให้คนไข้ได้รับทราบก่อน ไม่ใช่เกิดเรื่องแล้ว ค่อยมาแก้ตัวภายหลัง

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ มิได้มีเจตนาต้องการกล่าวหาหรือดูถูกแพทย์ท่านใดทั้งสิ้น เพียงแต่ “สังคมยุคการตลาดเข้าครอบงำ” เช่นทุกวันนี้ อาจทำให้เกิดความสับสนขึ้นได้ ระหว่าง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง(โดยแพทยสภา) กับ แพทย์ที่ตั้งตนเองเป็น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ส่วนท่านจะเข้ารับการรักษาจากใครเป็นสิทธิส่วนบุคคลครับ

4 comments

Skip to comment form

  1. นงลักษณ์

    อยากเสริมจมูกแบบ หยดน้ำ แต่จมูกบาง อยากได้ซิลิโคนแบบเกาหลี

    1. นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม

      ส่งรูปมาให้ดูก่อนที่ consult@siamswan.com ครับ

  2. Pichaya

    อยากทำautologous fat transfer ที่แก้ม. แต่เพิ่งร้อยไหมละลายpdoที่แก้มได้สองเดือนค่ะ. ไม่ทราบว่าทำautologous fat transfer ได้ไหมค่ะ

    1. นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม

      ได้ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *