สลายไขมันวิธีไหนดี

สลายไขมันวิธีไหนดี

liposuctionถ้าเปิดหน้าโฆษณาในนิตยสารความสวยความงามหรือแม้แต่ในหนังสือพิมพ์ สิ่งแรกที่เห็นคือแต่ละสถานที่จะแข่งกันโฆษณาถึงสรรพคุณของเครื่องมือใหม่ๆในการสลายไขมัน ยิ่งใหม่เท่าไหร่ ยิ่งดูขลัง เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่งในวงการแพทย์ปัจจุบัน

ทำไมถึงเป็นเรื่องน่าเศร้า?
การสลายไขมันหรือการดูดไขมัน(Liposuction) เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ เป็นหลัก ขอเน้น “ศัลยแพทย์” ไม่ใช่แพทย์ไหนๆก็จะทำได้ เพราะมันเป็นเรื่องของการผ่าตัดชนิดหนึ่ง แพทย์ผู้รักษาต้องมีความรู้ในการเตรียมผ่าตัด ข้อควรระวังระหว่างผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนมาก่อนเป็นอย่างดี เพราะถ้าการผ่าตัดมันง่ายขนาดที่ใครก็ทำได้ คงไม่ต้องมีการศึกษาต่อเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันแล้วครับ

แต่ ในปัจจุบันกลับพบว่าแพทย์รุ่นใหม่ที่เพิ่งจบออกมามักมีความกล้า (เกินตัว) ประกอบกับมีทุนทรัพย์ และมีความคิดทางด้านการตลาดค่อนข้างสูง จึงโหมโฆษณากัน บางท่านแค่เข้าประชุม 1-2 ครั้ง(ตามที่บริษัทจัดให้) บอกเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่ิงมือนั้นๆทันที ทั้งที่พื้นฐานทางด้านการผ่าตัดแทบไม่มีเลย เป็นเรื่องที่น่าเศร้าไหมล่ะครับ เวลามีปัญหาก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ปล่อยให้คนไข้ต้องตะลอนไปหาหมอท่านอื่นให้ช่วยแก้ไขให้ ซึ่งการแก้ไขปัญหาจากศัลยกรรมมิได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ หมอท่านอื่นจึงมิค่อยอยากแก้ไขให้ หรือถ้าแก้ไขให้ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงเป็นต้น

การตลาดเลี่ยง “คำ”
การลดไขมันเฉพาะที่ให้ได้ผลในปัจจุบันยังต้องอาศัยหัตถการที่เรียกว่า การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นหลัก แต่เพื่อให้ดูแตกต่างจากเดิมจึงมีการนำพลังงานบางอย่างมาใช่ร่วมเช่น ใช้ แสงเลเซอร์(LaserLipo)  ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Vaser) ใช้คลื่นวิทยุ (RF,Real,Body tite) ใช้การสั่นสะเทือน ( Lipomatic หรือ Power assisted liposuction)  มาช่วยในการสลายไขมันให้มีขนาดเล็กลงก่อนที่จะถุกดูดออกไปจากร่างกายด้วยกระบวนการดูดไขมันปกติ ขั้นตอนการสลายเป็นเพียงกระบวนการที่ช่วยทำให้ศัลยแพทย์สามารถดูดไขมันออกได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่มิได้หมายความว่าผลการรักษาจะออกมาดีแต่อย่างใด เพราะผลจะดีหรือไม่อยู่ที่ขั้นตอนการนำไขมันออกจากร่างกายซึ่งเป็นเรื่องของ“ฝีมือ” ไม่ใช่ “เครื่องมือ” ถ้าเราเอาไขมันออกมากเกินไป ก็จะบุ๋ม เว้า หรือถ้าเทคนิกไม่ดี ไม่มีประสบการณ์มากพอก็จะทำให้เกิดเป็นคลื่นๆได้ บางท่านประเมินคนไข้ไม่ดี แทนที่จะได้ผลดีกลับสร้างปัญหา เช่น ไปดูดไขมันในคนไข้ที่ผิวหนังไม่แข็งแรงหรือมีแนวโน้มจะหย่อนยานอยู่แล้ว การดูดไขมันจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาการหย่อนยานให้มากยิ่งขึ้นอีก แม้ว่าเครื่องสลายไขมันบางชนิดจะอ้างสรรพคุณการกระชับผิวหนังร่วมด้วยได้ก็ตาม แต่ก็เป็นผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มิได้มากมายอย่างที่หลายคนเข้าใจ ส่วนมากมักหลงเชื่อว่าเครื่องมือใหม่ๆทำแล้วผิวกระชับขึ้นทันที ซึ่งไม่จริง

การตลาดนำ ทำให้หลงผิด
ในหลายๆคลินิกโฆษณาลดแลกแจกแถม เช่น ดูด 2 จุดแถม 1จุด เป็นต้น แต่ละจุดก็คิดในราคาถูกๆ โดยไม่บอกว่าแต่ละจุดคิดอย่างไร บางคลินิกคิดจุดละ หนึ่งฝ่ามือ ก็มี ซึ่งโดยทั่วไป การคิดเป็นจุดควรคิดตามหลักสากลเช่น หน้าท้องทั้งหมดเป็น หนึ่งจุดหรือสองจุด  ต้นขาด้านนอกสองข้างเป็นหนึ่งจุด เป็นต้น ไม่มีใครทำต้นขาด้านเดียวแน่นอน ดังนั้นเวลาคำนวณออกมาทั้งหมด คนไข้ต้องจ่ายเงินในอัตราที่สูงมาก ทั้งๆที่ดูเหมือนว่าจะ “ถูก”ตามคำโฆษณาในตอนแรก กรณีนี้ต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อน และที่สำคัญทำเท่าที่จำเป็นต้องทำ อย่าไปโลภมากกับส่วนที่จะแถม (ไม่รู้คิดได้อย่างไรจริงๆ)

ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น จริงหรือ
ขึ้นชื่อว่าเป้นการดูดไขมันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือชนิดไหน อาการบวมช้ำเป็นเรื่องปกติ อาการเจ็บระหว่างทำคงไม่มีเนื่องจากมียาชาหรือยานอนหลับ แต่หลังการรักษาย่อมต้องมีอาการเจ็บปวดแน่นอนมากน้อยแล้วแต่คน กว่าจะหายดีก็ใช้เวลาหลายวัน กว่าจะดูดีก็เป็นสัปดาห์ การที่บอกว่าลดสัดส่วนได้ในหนึ่งชั่วโมง ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้นเลย จึงเป็นการโกหกคำโตเลยทีเดียว

แล้วจะเลือกอย่างไรดี
ให้เลือกที่ “แพทย์ “ไม่ใช่เลือกที่ “เครื่อง” ครับ ถ้าแพทย์ท่านนั้นมีประสบการณ์มีความสามารถ ไม่โอ้อวดเรื่องเครื่องมือ แต่อธิบายตามหลักของศัลยกรรม อธิบายถึงผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นรวมทั้งวิธีการแก้ไข เข้าใจในสิ่งที่คุณอยากให้เป็น ไม่วาดวิมานจนเกินจริง คุณก็น่าจะสบายใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะถ้าคุณไม่เข้าใจมันตั้งแต่ต้นรับรองได้ว่าคุณต้อง”ปวดหัว”หลังทำแน่นอน เพราะมันคือ ศัลยกรรม ไม่ใช่การทำทรีตเม้นท์ด้วยเครื่องมือโดยทั่วไปแน่นอนครับ

 

4 comments

Skip to comment form

    • Mimi on March 1, 2014 at 8:21 pm
    • Reply

    คุณหมอคะเพิ่งดูดไขมันไปเดือน1 ต้นขาคะ. แต่หมอที่ทำไม่ค่อยดี เหมือนอยากที่หมออธิบายข้างบนคะ. ถ้าจะทำอีกรอบนี้ น่าจะทำได้เมื่อไรคะ และเหมือนจะมีก้อนแข็งด้วยคะ ก็พยายามนวดอยู่คะ. แต่เนื่องจากงวดนี้ระบบนานเลย นวดไม่ได้เพราะต้องใส่ชุดกระชับเดือนนึง. อยากจะทำใหม่เพราะเหมือนหมอดูดออกมาไม่เท่ากันคะ

    1. คงต้องมาให้ตรวจก่อนครับ ว่าจะแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

    • gmax on May 17, 2014 at 8:46 pm
    • Reply

    เรียนคุณหมอ นิเวศครับ
    คุณหมอครับ ผมไปสลายไขมันโดยผ่าเอาถุงไขมันใต้แก้ม(buccal Fat pad)ออกครับ ตอนนี้แผลหายแล้วครับ(ประมาณ 3 เดือนแล้ว) แต่ว่าเวลาผิวปาก ยังเห็นเป็นก้อนๆอยู่เลยครับตรงแก้ม ไม่รู้ว่าเป็นก้อนไขมันหรือเปล่า ผมกลัวว่านานๆไปก้อนไขมันมันจะกลับมาอีกครับ น้ำหนักผมก็ไม่ได้ขึ้นมาด้วยเพราะออกกำลังกายตลอด เป้นไปได้ไหมครับคุณหมอที่ก้อนไขมันใต้แก้มจะกลับมาอีก แก้มจะใหญ่ขึ้นอีก แล้วแบบนั้นผมควรจะสลายไขมันวิธีใดอีกดีครับ
    ขอบคุณครับ

    1. ต้องตรวจดู คิดว่าไม่น่าจะเป็นไขมันที่โตขึ้นครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.