«

»

Jun 13

ปัญหาสารเติมเต็มในทางศัลยกรรม

ปัญหาสารเติมเต็มในทางศัลยกรรม

Fillerเนื่องจากในปัจจุบันมีการใช้สารเติมเต็มหรือฟิลเล่อร์ค่อนข้างมาก ทั้งสารที่อยู่ชั่วคราวและสารกึ่งถาวรจนถึงชนิดถาวร ซึ่งสารเหล่านี้มักจะถูกนำมาใช้ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป เช่น ฉีดร่องแก้มหรือร่องมุมปาก ฉีดเสริมจมูก ฉีดเติมร่องตา ฉีดคาง ฉีดริมฝีปาก หรือเติมเต็มในส่วนที่ขาดเช่น ขมับตอบเป็นต้น บางตำแน่งสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย และไม่มีผลต่อการรักษาอย่างอื่นที่จะตามมา แต่ในบางตำแน่งมีผลกระทบกับการศัลยกรรมที่จะเกิดตามมาในภายหลัง

ตำแหน่งที่เกิดผลกระทบ
1.จมูก
หลายคนอาจไม่ทราบว่า การฉีดเสริมจมูกด้วยสารเติมเติมชนิดไม่ถาวร ในกลุ่มไฮยารูโรนิก(ประมาณ 6 เดือน- 1ปี ) หลังจากที่มันสลายไปแล้ว มักจะทิ้งพังผืดหรือคอลลาเจน(ถ้าจะเรียกให้ไพเราะ)ไว้ให้ดูต่างหน้า ยิ่งฉีดหลายครั้งยิ่งก่อให้เกิดพังผืดมากขึ้น ซึ่งจทำให้เนื้อจมูกหนาหรือดูใหญ่กว่าเดิม ในกรณีนี้ถ้าเราคิดจะไปเสริมจมูกแบบถาวรด้วยการศัลยกรรม ก็จะเกิดปัญหาขึ้นทันที เนื่องจากจไม่สามารถทำให้จมูกเรียวเล็กได้ตามต้องการ เนื้อเยื่อไม่ยืดหยุ่นทำให้โด่งได้ไม่มาก จะขูดพังผืดออกก็ไม่ได้ ดีไม่ดีเมื่อฟิลเล่อร์ที่ตกค้างสลายไป รูปทรงจมูกที่ทำไว้ก็เปลี่ยนรูปไป และถ้าเป็นฟิลเล่อร์ชนิดอยู่นานปัญหาก็จะมากเป็นทวีคูณ
การเสริมจมูกที่ได้รับการฉีดมาก่อน จึงจำเป็นต้องฉีดสลายก่อนทุกราย เพื่อให้เนื้อเยื่อและรูปทรงจมูกกลับสู่สภาพใกล้เคียงเดิมมากที่สุด หรือไม่ก็รอจนแน่ใจว่าไม่มีสารฟิลเล่อร์ตกค้างเหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ฉีดซ้ำหลายๆครั้งหรือในปริมาณที่มาก โอกาสทีจมูกจะกลับไปเหมือนเดิมก็จะมีน้อยลง ถึงแม้จะฉีดสลายแล้วก็ตาม โดยเฉพาะฟิลเล่อร์ที่ถูกฉีดในผิวหนังชั้นตื้น จะทำให้ผิวจมูกไม่เรียบอย่างถาวร

2.ถุงไขมันและร่องใต้ตา
มีแพทย์จำนวนมากที่พยายามแก้ไขถุงใต้ตาด้วยการเติมร่องที่อยู่ใต้ถุงด้วยการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเล่อร์ เพื่อให้ถุงใต้ตาดูไม่ชัด ในกรณที่ถุงไม่มากและมีร่องตาน้อยๆร่วมด้วยอาจทำได้ แต่ส่วนมากแล้วมักไม่ได้ผล เนื่องจากการเติมฟิลเล่อร์เพื่อกลบตัวถุงไขมันนั้น อาจทำให้เกิดลักษณะเป็น Double contour คือมีสองคลื่น ไม่เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน อีกทั้งยังไม่สามารถแก้ปัญหาถุงใต้ตาได้อย่างถาวรด้วย เมื่อฟิลเล่อร์หายไปการฉีดซ้ำครั้งที่สองหรือสาม จะทำได้ยากขึ้น อีกทั้งบริเวณนี้มีเส้นเลือดจำนวนมากโอกาสที่เข็มจะแทงโดนเส้นเลือดเกิดรอยม่วงช้ำมีได้สูง

เช่นเดียวกับจมูก เมื่อต้องการเปลี่ยนมาเป็นการผ่าตัดถุงใต้ตา ก็จำเป็นต้องรอให้ฟิลเล่อร์สลายจนหมดก่อน หรือต้องฉีดสลายทิ้งก่อน จึงจะทำการผ่าตัดได้ ในบางกรณีที่มีการฉีดในระดับที่ตื้นมากๆ ก็อาจทำให้ผิวหนังส่วนนี้ไม่เรียบเหมือนผิวปกติ เนื่องจากเราไม่สามารถผ่าตัดเอาฟิลเล่อร์ที่ค้างในชั้นนี้ออกได้

3.คาง
เช่นเดียวกับจมูก สารฟิลเล่อร์ที่ตกค้างจะไปบดบังรูปคางเดิม ทำให้การผ่าตัดเสริมคางได้ผลไม่ดีเท่าทีี่ควร และถ้าเป็นสารเติมเต็มชนิดถาวร การเสริมคางแทบจะทำไม่ได้เลย เนื่องจากการจัดแต่งรูปทรงทำได้ยากมาก หลายคนชอบบอกว่าไม่เป็นไร ขูดออกได้ ความจริงก็คือทำไม่ได้ การขูดออก หมายถึงการตัดเนื้อเยื่อที่ปนเปื้อนด้วยสารเติมเต็มออก ไม่ใช่เหมือนการขูดกะลามะพร้าว  นั่นหมายถึงส่วนของกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง จะต้องถูกตัดออกไปด้วย ทำให้ผิวหนังขรุขระไม่เรียบเนียนดังเดิม บางรายกล้ามเนื้อถูกตัดออกมากเกินไป จะทำให้มีผลต่อการพูดและคางยื่นยาวผิดปกติได้

นี่เป็นตัวอย่างของปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในทางศัลยกรรม ที่มักจะไม่ค่อยมีการบอกกล่าวให้รับรู้โดยทั่วไป ฉะนั้นใครที่ต้องการใช้บริการประเภท “สวยสั่งได้” หรือ ” สวยจานด่วน” ต้องตระหนักถึงผลที่จะตามมาด้วยในภายหลังเสมอ.  เพราะเมื่อเกิดเรื่องแล้ว หมอศัลยกรรมก็ช่วยไม่ได้นะครับ

2 comments

  1. Lin

    สวัสดีค่ะคุณหมอ อยากทราบว่า ถ้าเสริมคางมาแล้วประมาณ 2เดือน แล้วมันธรรมชาติสุดพลังจนเหมือนไม่ได้ทำมาเลยค่ะ แบบนี้สามารถฉีดฟิลเลอร์ทับได้เลยไหมคะ แล้วฉีดฟิลเลอร์กับคุณหมอ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ค่ะ ขอบคุณค่ะ

    1. นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม

      ได้ครับ แต่เปลี่ยนใหม่ไม่ดีกว่าหรือครับ จะได้ไม่ต้องฉีดเติมเรื่อยๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *