«

»

Jun 07

ฉีดฟิลเล่อร์แล้วตาบอด

ฉีดเสริมจมูกฉีดฟิลเล่อร์แล้วตาบอด

เป็นข่าวใหญ่อีกครั้งเมื่อรายการเรื่องเล่าเช้านี้ นำเรื่องปัญหาการฉีดฟิลเล่อร์แล้วตาบอดและเนื้อตายออกอากาศ คนที่มีฟิลเล่อร์อยู่ต่างตื่นตระหนก บางคนถึงกับนอนไม่หลับ อยากเอามันออกซะเดี๋ยวนั้น

ความจริงหมอได้เขียนเตือนเรื่องการฉีดฟิลเล่อร์บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะการฉีดเสริมจมูกไว้หลายครั้งแล้ว ว่าการฉีดเสริมจมูกไม่สามารถมาทดแทนการเสริมจมูกด้วยการศัลยกรรมอย่างที่โฆษณากัน จริงอยู่แม้ว่าเราจะสามารถลองดูได้ว่า ถ้าจมูกโด่งแล้วหน้าตาจะเป็นอย่างไรด้วยการฉีดสารเติมเต็ม แต่ก็ต้องเป็นสารเติมเต็มหรือฟิลเล่อร์ชนิดที่ปลอดภัยคือสามารถสลายไปเองได้ ที่สำคัญต้องรับการรักษาจากแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ไม่ใช่แพทย์จบใหม่ที่ไหนก็ทำได้ กรณีที่เป็นข่าวก็เกิดจากแพทย์ที่ขาดความชำนาญและไม่ระมัดระวังเท่าที่ควร เห็นเป็นเรื่องง่ายๆแค่เอาเข็มสอดเข้าใต้ผิวหนัง ดันฟิลเล่อร์เข้าไป ปั้นๆให้ได้ทรงก็เสร็จ  ซึ่งมักลืมไปว่าบริเวณนี้มีเส้นเลือดมากมายและมีการเชื่อมต่อกับเส้นเลือดของลูกตา เมื่ออนุภาคของสารเติมเต็มหลุดลอดเข้าเส้นเลือดแดงของลูกตา จึงทำให้ดวงตาขาดเลือดไปเลี้ยงในทันที ทำให้ตาบอดเฉียบพลัน ซึ่งการแก้ไขทำได้ยากและมักจะไม่ทันการณ์ ที่ผ่านมาในเมืองไทยมีรายงานเรื่องตาบอดหลังการฉีดเสริมจมูกกว่า10ราย มีเพียงรายเดียวที่เข้ารับการรักษาได้ทัน และเป็นการรักษาที่ซับซ้อนมาก เมื่อเทียบกับการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนที่มีมานานนับสิบปี ไม่เคยมีใครสูญเสียดวงตาแม้แต่รายเดียว

เรื่องที่ยังไม่มีใครยอมพูดถึง
การฉีดเสริมจมูกมักดูดีในครั้งแรก เนื่องจากเนื้อเยื่อยังใหม่และอ่อนนุ่ม แต่การฉีดในครั้งถัดๆไปจะฉีดยากขึ้น เนื่องจากพังผืดที่เกิดขึ้นจากการฉีดแต่ละครั้ง  พังผืดที่เกิดขึ้นนอกจากจะทำให้การฉีดครั้งถัดมายากขึ้นแล้ว การจะปั้นให้ได้ทรงเรียวๆเหมือนครั้งแรกก็ทำได้ยากเช่นกัน จมูกจะโตขึ้นเรื่อยๆแทนที่จะเรียวสวย บางรายจะมีเส้นเลือดฝอยเกิดบนผิวจมูก เป็นรอยแดงๆ การฉีดตื้นเกินไปก็อาจทำให้ผิวหนังส่วนนั้นตายได้ เมื่อการฉีดยากขึ้น แพทย์ต้องใช้แรงในการดันยามากขึ้น โอกาสที่อนุภาคจะหลุดเข้ากระแสเลือดก็จะเกิดมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ในกรณีที่เกิดการติดเชื้อ การรักษาจะทำได้ยากกว่า เนื่องจากฟิลเล่อร์เหล่านี้จะทำตัวเหมือนฟิลม์บางๆ(Biofilm) ห่อหุ้มเชื้อโรคไว้ ทำให้ยาหรือเม็ดเลือดขาวไม่สามารถเข้าถึงได้ การจะขูดเอาออกก็ทำได้ยาก แตกต่างจากแท่งซิลิโคนที่สามารถนำออกได้ทันที่ที่เกิดการติดเชื้อ แล้วปล่อยให้ร่างกายจัดการกับเชื้อโรคที่เหลือได้อย่างหมดจด

การเสริมจมูกในรายที่เคยฉีดฟิลเล่อร์มาแล้วก็ทำได้ยากกว่า ต้องรอให้สารดังกล่าวสลายจนหมดก่อนซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี หรือบางรายก็ต้องทำการฉีดสลายก่อนจึงจะทำการผ่าตัดเสริมจมูกได้ การทำผ่าตัดก็ได้ผลไม่ดีเท่ากับกรณีที่ไม่เคยฉีดมาก่อน เนื่องจากพังผืดที่เกิดขึ้น การขูดพังผืดที่ชอบพูดกันนั้นในความจริงทำไม่ได้ เพราะถ้าจะลดพังพืดจริงๆก็ต้องตัดมันออกไป ซึ่งหมายถึงส่วนของผิวหนังก็จะบางลงด้วย

อย่างไรก็ตามใครที่มีสารเติมเต็มชนิดไม่ถาวรอยู่แล้วก็ไม่ถึงกับต้องกังวลมากนัก มันไม่สามารถหลุดลอดเข้าเส้นเลือดง่ายๆ ถ้าไม่มีแรงดันให้อนุภาคมันเข้าไป เพียงแต่ว่าไม่ควรเพิ่มเข้าไปอีกเรื่อยๆเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น

เห็นหรือยังครับว่า ปัญหาการฉีดเสริมจมูกนั้นมากกว่าที่เรารับรู้ นี่ยังไม่นับรวมสารเติมเต็มชนิดถาวรหรือกึ่งถาวร อันนั้นสาหัสกว่านี้มากนัก ดังนั้นก่อนที่จะทำอะไรกับร่างกาย อย่าหลงเชื่อเพียงคำโฆษณา ยิ่งประเภทลด แลก แจก แถม ยิ่งต้องระวังให้มาก ทุกอย่างล้วนมีสองด้าน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเปิดใจรับอีกด้านหนึ่งหรือไม่เท่านั้นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *