«

Apr 04

ข้อควรรู้ก่อนทำศัลยกรรมรอบดวงตา

ข้อควรรู้ก่อนทำศัลยกรรมรอบดวงตา

eye1บ่อยครั้งที่กว่าคนไข้จะมาถึงมือหมอศัลยกรรมตกแต่ง มักจะได้รับการรักษามาก่อนไม่มากก็น้อย เกือบทุกประเภทของการรักษาจะมีผลต่อการผ่าตัดรักษาที่จะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งทุกๆกรณีแพทย์ผู้ทำการรักษาจำเป็นต้องรู้ข้อมูลการรักษาทั้งหมด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นมานานแค่ไหน เพื่อการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม และป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

การรักษาที่จะมีผลต่อการศัลยกรรมรอบดวงตา

1.โบท็อก
เนื่องจากโบท็อกเป็นยาที่ใช้ลดริ้วรอย ด้วยการทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนคลายตัว และบางส่วนทำงานมากขึ้น เช่น การฉีดลดริ้วรอยหางตาและหว่างคิ้ว จะทำให้แนวคิ้วและหางตาโดยรวมยกขึ้น ยิ่งถ้ามีการฉีดยกคิ้วร่วมด้วยจะยิ่งทำให้ชั้นตาเดิมสูงกว่าปกติ ดังน้้นในเวลาเช่นนี้ไม่ควรทำการผ่าตัดหนังตาบนหรือยกหางตาขึ้น ควรรอให้โบท็อกหมดฤทธิ์ก่อน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน หลังการฉีดครั้งสุดท้าย
ในกรณีที่ต้องการผ่าตัดถุงใต้ตาก็เช่นกัน โบท็อกจะทำให้กล้ามเนื้อตาล่างคลายตัว เวลาผ่าตัดหนังตาส่วนเกินจะได้รับการตัดออกได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ความตึงของผิวหนังก็จะน้อยลงตามไปด้วเช่นกัน ทำให้ผลการผ่าตัดออกมาไม่ดีเท่าที่ควร
แต่สำหรับกรณีที่ผ่าตัดเอาถุงออกอย่างเดียวด้วยแสงเลเซอร์จากด้านในหนังตา โบท็อกไม่มีผลต่อการรักษา สามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ฤทธิ์ของโบท็อกหมดเสียก่อน

2.สารเติมเต็มหรือฟิลเล่อร์
คนไข้ส่วนหนึ่งมักได้รับการเติมเต็มร่องใต้ตา เพื่อกลบเกลื่อนถุงใต้ตาที่มีอยู่ สารที่ใช้เติมเต็มไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มไหนก็ตามมักจะไม่สลายไปจนหมด ไม่ว่าจะเป็นสาร ไฮยารูโรนิก ที่มักจะบอกว่าอยู่ได้แค่ปีเดียวก็ตาม จากประสบการณ์ที่ผ่านมายังสามารถพบสารเติมเต็มชนิดดังกล่าวตกค้างอยู่แม้เวลาจะผ่านไปหลายๆปีแล้วก็ตาม การที่มีสารเติมเต็มตกค้างอยู่จะเป็นอุปสรรคต่อการประเมินถุงใต้ตาที่จะเอาออกระหว่างการผ่าตัด ยิ่งถ้าเป็นประเภทอยู่นานกึ่งถาวรแล้ว ยิ่งสร้างปัญหาในการรผ่าตัดเป็นอย่างมาก ดังนั้นจำเป็น”ต้อง”แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ การปิดบังจะเป็นผลเสียต่อคนไข้เอง

3.ประวัติการผ่าตัด
บ่อยครั้งที่คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดมานาน จนลืมไปว่าตนเองเคยได้รับการผ่าตัดมาก่อนหรือไม่ โดยเฉพาะหนังตาล่าง เนื่องจากรอยแผลมักจะจางเลือนได้ง่ายกว่าหนังตาบน กรณีนี้มีความสำคัญมากต่อผลที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากการผ่าตัดหนังตาล่างของแพทย์แต่ละท่านนั้นมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะในอดีตที่มีการตัดทั้งกล้ามเนื้อและผิวหนังส่วนเกินออกไปด้วย ทำให้การผ่าตัดครั้งที่สองไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ผลที่ได้จึงออกมาไม่ดีเท่าที่ควร หรือบางรายมีปัญหาตามมาเช่น ตาปลิ้นหรือตาแหกเป็นต้น ดังนั้นประวัติการรักษานี้จึงสำคัญมาก

4.ยาหรืออาหารเสริมที่รับประทานอยู่
ปัจจุบันคนส่วนหนึ่งนิยมรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินกันค่อนข้างมาก หลายๆชนิดก็ไม่ได้เป็นที่รู้จัก บางชนิดก็ไม่ได้บอกส่วนประกอบ ซึ่งบางชนิดมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดรวมอยู่ด้วย ที่พบบ่อยๆได้แก่ แอสไพริน น้ำมันตับปลา วิตามินเอ วิตามินอี ใบแปะก๊วย โคคิวเทน เป็นต้น ซึ่งสารเหล่านี้จะทำให้เลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติ เลือดออกง่ายและหยุดยาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการเลือดออกและเลือดคั่งได้
ดังนั้นควรงดยาและอาหารเสริมดังกล่าวอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ล่วงหน้า ในกรณีที่ไม่แน่ใจให้ปรึกษาแพทย์ก่อน หรือถ้าเป็นอาหารเสริมที่ไม่แน่ใจก็ควรงดไปเลยหนึ่งสัปดาห์ล่วงหน้าเช่นกัน

ข้อควรพึงระวังเหล่านี้อาจดูไม่สำคัญมากนักในสายตาคนทั่วไปหรือหมอบางท่าน แต่สำหรับศัลยแพทย์ตกแต่งแล้ว ทุกปัจจัยล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้นครับ

4 comments

Skip to comment form

  1. ชุลีกร

    ในกรณีที่เป็นโรค Xanthelasma ทางคุณหมอรับรักษาป่าวคะ
    ดิฉันเป็นโรคนี้ยุวคะ ขึ้นแถวบริเวณใต้ตานะคะ

    1. นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม

      ส่งรูปมาให้ดูก่อนที่ consult@siamswan.com ครับ

  2. มิ

    ใต้ตาคล้ำ ฉีดไขมันช่วยได้ไหมคะ

    1. นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม

      ต้องดูครับว่าคล้ำจากสาเหตุใด
      ถ้าเกิดจากเงาของถุงหรือเป็นร่องเบ้าตา
      สามารถแก้ไขได้ครับ
      ส่รูปหน้าตรงมาให้ดูก่อนที่ consult@siamswan.com ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *