ถมร่องตา.. ให้เต็ม

“ใช้ถุงไขมันให้เป็นประโยชน์” ฟังดูเผินๆ คงแปลกอยู่ใช่มั้ยครับ เพราะส่วนมากเวลาเราเห็นถุงที่ตุงๆอยู่ใต้ตาเราก็คิดแต่จะกำจัดมันออกไปอย่างเดียว สำหรับเคสทั่วๆไปนั้นไม่ผิด แต่คนที่มีถุงใต้ตานั้นส่วนมากมักจะมี “ร่องใต้ถุงตา” เกิดร่วมด้วยเสมอไม่มากก็น้อย ตั้งแต่ร่องเล็กๆใกล้หัวตาจนถึงร่องตลอดแนวเบ้าตา ขึ้นกับพันธุกรรมและอายุเป็นหลัก คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเมื่อเอาก้อนไขมันใต้ตาออกแล้วร่องหรือเบ้าตาจะเรียบขึ้นเอง อันนี้เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนัก
🤔ทำไมเป็นเช่นนั้น
ร่องใต้ตาหรือร่องเบ้าตา เป็นส่วนของกระดูกขอบเบ้าตาซึ่งมักจะลึกขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นหรือลึกตามพันธุกรรม ส่วนถุงไขมันปกตินั้นจะอยู่ในเบ้าใต้ลูกตาแล้วถูกดันตัวออกมาให้เห็นเป็นถุงๆบริเวณขอบกระดูกเบ้าตา ดังนั้นแม้ว่าเราจะเอาถุงไขมันออกไปแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ร่องตาที่ลึกนั้นลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากอยู่คนละส่วนกัน แต่อาจจะดูตื้นขึ้นบ้างจากการที่ถุงหายไปเท่านั้นเอง
👉🏼การแก้ไขร่องใต้ตา
ในกรณีที่ถุงไขมันมีขนาดใหญ่ เราสามารถนำไขมันมาใช้ประโยชน์แทนที่จะตัดมันทิ้งไป ด้วยการ “แยกถุงไขมัน”ที่มีอยู่แล้วนำไปเติมเต็มหรือ “ถม” ส่วนที่เป็นร่องตาหรือเบ้าตาทั้งหมด โดยยังเป็นไขมันที่มีเลือดไปเลี้ยงไม่ใช่ก้อนไขมันที่ตายแล้ว ไขมันที่ถูกนำไปถมบริเวณร่องตาจะต้องถูกยึดตรึงในตำแหน่งที่เหมาะสมและมั่นคง เพื่อป้องกันการหดตัวกลับของไขมันจนเห็นเป็นถุงใต้ตาอีก ซึ่งจุดนี้ทางสยามสวอนมีเทคนิกพิเศษ ที่เรียกว่า Swan Fix มาใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำให้มั่นใจได้ว่าไขมันที่นำไปถมนั้นอยู่ในที่ๆเหมาะสมอย่างมั่นคง
👍ใช้ได้ทั้งกับการผ่าตัดภายนอกและภายในหนังตา(ด้วยเลเซอร์)
การนำไขมันไปถมร่องตานั้น สามารถทำร่วมกับการผ่าตัดถุงใต้ตาจากด้านในด้วยเลเซอร์ เรียกว่า Laser LB_Plus โดยไม่มีแผลภายนอก หรือร่วมกับการผ่าตัดถุงใต้ตาจากด้านนอกแผลชิดขอบขนตา ในกรณีที่มีผิวหนังส่วนเกินที่ต้องเก็บ เพื่อกระชับผิวใต้ตาให้ตึงขึ้น เรียกว่า LB_Plus
ส่วนใครจะเหมาะสมกับวิธีใดนั้นคงต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้นครับ

สมาร์ทลิฟต์..ดึงแก้ม แผลเล็ก

หลายคนคงทำการยกกระชับหน้าด้วยเครื่องมาบ้างแล้ว เช่น อัลเทอร่า หรือเทอร์มาร์จ แต่ยังได้ผลเป็นที่ไม่น่าพอใจนัก ยังมีร่องมุมปากปรากฏให้เห็น ใบหน้ายังไม่รู้สึกกระชับหรือยกขึ้นเท่าที่ต้องการ ทั้งนี้้เป็นเพราะเครื่องมือเหล่านั้นไม่ได้เหมาะกับทุกระดับความหย่อนคล้อยของใบหน้า ถ้าหย่อนคล้อยไม่มาก ส่วนมากก็จะพอเห็นผลได้บ้าง แต่ถ้าหย่อนคล้อยมากขึ้นอีก หรือความต้องการมากกว่าแค่กระชับ เครื่องมือเหล่านั้นก็คงไม่ใช่คำตอบ

การยกใบหน้าขึ้นหรือการดึงหน้านั้น แตกต่างจากการกระชับใบหน้า เพราะจะต้องเข้าไปแก้ไขส่วนโครงสร้างภายในที่เรียกว่าชั้น SMAS ที่เป็นเนื้อเยื่อบางๆอยู่บนผิวของกล้ามเนื้อใบหน้า เวลาที่เนื้อเยื่อชั้นนี้ถูกยกขึ้น ความคล้อยของใบหน้าก็จะลดลง

โดยปกติการดึงชั้นSMAS จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดแบบแผลเปิด โดยมีแผลผ่าตัดบริเวณหน้าใบหู ซึ่งหลายๆคนยังไม่ต้องการให้มีแผลผ่าตัดอยู่บนใบหน้าแม้จะอยู่หน้าใบหูก็ตามการผ่าตัดดึงหน้าที่เรียกว่า สมาร์ทลิฟต์ ด้วยการมีแผลเพียง 1 ซม.อยู่ในผมเหนือใบหู แล้วใช้ไหมชนิดพิเศษ สอดเข้ามาดึงเนื้อเยื่อในชั้น SMAS ขึ้นไปยึดกับเนื้อเยื่อที่แข็งแรงกว่าบริเวณขมับ ซึ่งเป็นจุดยึดของไหม จะทำให้ใบหน้าส่วนแก้มและมุมปากถูกยกขึ้นไปพร้อมกัน วิธีนี้ไม่ใช่การร้อยไหมที่ทำกันตามคลินิกทั่วไป

สมาร์ทลิฟต์ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งก่อนที่จะก้าวไปสู่การผ่าตัดดึงหน้าแบบมีแผลหน้าใบหูดังกล่าว ผลการรักษาถือได้ว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะไม่ต้องพึ่งการกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนการใช้เครื่องมือที่กล่าวถึงแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีแผลให้เห็น ระยะพักฟื้นก็ไม่ได้ยาวนานเหมือนการผ่าตัดดึงหน้า

👉🏼สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ Inbox หรือสอบถามได้ที่

Line :@siamswan (https://bit.ly/2t7nGLu)

Mail: consult@siamswan.com

หรือโทร 02-6584884-6

#สมาร์ทลิฟต์#ดึงหน้าด้วยไหม#Smartlift#SMAS#ผ่าตัดดึงหน้าด้วยไหม#อัลเทอร่า#เทอร์มาร์จ#สยามสวอนคลินิก

การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยเลเซอร์ (1)

การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยเลเซอร์ (1)

ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมักจะเป็นอาการที่ถูกละเลยเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากความเคยชินกับดวงตาที่เล็ก(ลืมตาได้ไม่เต็มที่)ตั้งแต่เกิด (Congenital Ptosis)ในกรณีที่เป็นด้านเดียวอาจสังเกตได้ไม่ยากนัก แต่ในกรณีที่เป็นสองด้านมักจะคิดว่าเป็นปกติของดวงตาเราเอง

เราสามารถสังเกตอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้อย่างง่ายๆด้วยตนเองดังนี้

1.เวลามองกระจกหรือถ่ายรูปในท่ามองตรง จะมองเห็นตาดำได้น้อยกว่าปกติ ภาวะปกติในท่ามองตรงหนังตาบนควรจะปิดตาดำเพียง1-2 มม.เท่านั้น แต่ในรายที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หนังตาบนจะปิดตาดำมากกว่า2 มม.ขึ้นไป ยิ่งอ่อนแรงมากยิ่งเห็นตาดำน้อย

2.เวลามอง ต้องอาศัยการเลิกคิ้วช่วยเป็นประจำ จนมีระยะห่างระหว่างขนตาและคิ้วมากกว่าคนทั่วไป เหมือนคนมีคิ้วสูง

3.จะมีรอยย่นบริเวณเหนือคิ้วและหน้าผากมากกว่าคนในวัยเดียวกัน หรือด้านที่อ่อนแรงมีรอยย่นมากกว่าด้านที่ปกติ

4.ในรายที่เป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้านเดียว ระดับคิ้วทั้งสองด้านจะสูงต่ำไม่เท่ากัน

5.มักจะเป็นตาชั้นเดียวและดูปรือๆเหมือนคนง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา

6.เคยมีประวัติผ่าตัดทำตาสองชั้น แต่ไม่ได้ตาสองชั้นตามที่ต้องการ

อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงยังพบได้ในคนสูงอายุ (Senile Ptosis) หรือในรายที่ใส่คอนแทคเลนส์มาเป็นเวลานานๆ

พบกับการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยเลเซอร์ได้ในตอนต่อไป…..

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ Inbox หรือสอบถามได้ที่
Line :@siamswan (https://bit.ly/2t7nGLu)
Mail: consult@siamswan.com
หรือโทร 02-6584884-6