Jun 12

เสริมจมูกด้วยหนังแท้

เสริมจมูกด้วยหนังแท้
dermal_fatในปัจจุบันการทำให้จมูกโด่งขึ้นนั้นมีหลายวิธี ตั้งแต่การฉีดด้วยสารเติมเต็มหรือฟิลเล่อร์ การเสริมด้วยซิลิโคน หรือสารสังเคาระห์อย่างอื่นๆเช่น Gortex เป็นต้น ยังมีการเสริมจมูกอีกวิธีหนึ่งซึ่งไม่ค่อยได้พูดถึงกันในวงกว้าง นั่นคือการเสริมด้วยหนังแท้ของเราเอง

การเสริมจมูกด้วยหนังแท้(Dermal fat graft)เป็นอย่างไร
สำหรับคนที่ไม่ต้องการสารแปลกปลอมเข้าสูร่างกายไม่ว่าว่าจะเป็นสารเติมเต็มตระกูลไหนๆก็ตาม หรือกลัวปัญหาของแท่งซิลิโคนที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง การใช้เนื้อเยื่อของเราจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในกรณีการใช้เนื้อเยื่อของเราเองนั้น สามารถใช้กระดูกอ่อนซ๊่โครง ไขมัน และหนังแท้

การใช้กระดูกอ่อนจากซ๊่โครงก่อให้เกิดแผลเป็นเห็นได้ชัดและถาวรบริเวณใต้ราวนม จึงไม่เป็นที่นิยม นอกจากจำเป็นจริงๆเท่านั้น เช่น จมูกหักและยุบตัวหลังอุบัติเหตุ เป็นต้น สำหรับการฉีดไขมันแม้ว่าจะมีแพทย์บางท่านใช้อยู่ แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องการคงรูป และรูปร่างที่อาจบิดเบี้ยวได้ จากการสลายของไขมันที่ไม่เท่ากันในแต่ละส่วน และไขมันส่วนใหญ่จะสลายหายไปในที่สุด
การใช้หนังแท้ซึ่งเป็นแผ่นและมีพื้นผิวที่เรียบกว่าจึงเป็นทางออกที่ดีในกรณีนี้ แม้ว่าจะเกิดรอยแผลบ้างจากการที่ต้องตัดผิวหนังมาใช้ แต่ผิวหนังส่วนที่ใช้มักนำมาจากส่วนที่ซ่อนแผลได้อยู่แล้ว เช่น ร่องก้นหรือร่องใต้ก้น เป็นต้น จึงไม่ได้สร้างปัญหาในการมองเห็นแต่อย่างใด

ใครที่เหมาะกับวิธีนี้
วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากได้วัสดุหรือสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ผู้ที่ต้องการความโด่งไม่มากนัก รวมทั้งผู้ที่จมูกเอียงไม่สามารถเสริมซิลิโคนได้ เป็นต้น นอกจากนี้เรายังสามารถใช้หนังแท้มาแก้ไขในกรณีที่ผิวหนังจมูกบางหรือทะลุได้อีกด้วย หรืออาจใช้ร่วมกับการเสริมซิลิโคนก็ได้

ข้อดีของวิธีนี้
เป็นเนื้อเยื่อของเราเอง ร่างกายไม่ปฏิเสธแน่นอน ดูกลมกลืนไม่เป็นแท่ง สามารถบิดไปมาได้ ไม่ต้องกลัวเรื่องทะลุหรืออักเสบในภายหลัง อยู่ถาวร

ข้อจำกัดของวิธีนี้
ไม่สามารถทำให้โด่งหรือคมเท่ากับการเสริมด้วยแท่งซิลิโคน แต่ในกรณีที่เสริมหลายชั้นหรือเสริมหลายครั้งก็สามารถทำให้สูงได้พอสมควร มีรอยแผลบ้างเล็กน้อยบริเวณส่วนที่นำมาใช้ เช่น ร่องก้นหรือร่องใต้ก้น
กล่าวโดยสรุปก็คือ การเสริมจมูกก้วยหนังแท้นี้เป็นวิธีนี้มีประโยชน์มาก ส่วนจะเหมาะกับใครแค่ไหน คงต้องปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งดูครับ

May 05

ร่องตาลึก ใต้ตาคล้ำ

ร่องตาลึก ใต้ตาคล้ำ
tear trough ความจริงปัญหานี้มีมานานแล้ว เพียงแต่ว่าในยุคของสมาร์ทโฟนและจอสี่เหลี่ยม ทำให้คนที่มีอาการเช่นนี้มีจำนวนมากขึ้น และอายุที่พบก็น้อยลงเรื่อยๆ ปัจจุบันเด็กวัยรุ่นก็มีปัญหานี้กันแล้ว
สาเหตุของร่องตาลึก ใต้ตาคล้ำ
ร่องตาลึกมี 2 องค์ประกอบด้วยกัน คือในส่วนที่อยู่ใกล้ร่องน้ำตา ที่เรียกว่า Tear trough กับในส่วนของร่องเบ้าตา หรือ Hollow under eye ซึ่งอาจพบส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งสองส่วนพร้อมกันก็ได้ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาของโครงสร้างระหว่างลูกตาและเบ้าตาที่เปลี่ยนไปตามวัย แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่เกิดจากการใช้สายตาที่ไม่ถูกต้องทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาหย่อนยานลง เกิดเป็นร่องให้เห็นได้ก่อนเวลาอันสมควร ยิ่งถ้ามีถุงใต้ตาร่วมด้วยก็จะซ้ำเติมให้ปัญหาร่องตาลึกชัดเจนมากขึ้นอีก
ปัญหาเรื่องใต้ตาคล้ำ (Dark circle) เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ภูมิแพ้ เส้นเลือดดำรอบดวงตาขยายกว่าปกติ การพักผ่อนไม่เพียงพอ พันธุกรรม เป็นต้น เงาของถุงใต้ตาก็เป็นสาเหตุสำคัญอันหนึ่งของใต้ตาคล้ำเช่นเดียวกัน
ทั้งร่องตาลึกและใต้ตาคล้ำสามารถเกิดร่วมกันได้
การรักษา
ในกรณีร่องตาลึก การแก้ไขต้องดูว่าเกิดจากสาเหตุใดเป็นหลัก ในกรณีที่มีร่องโดยที่ไม่มีหนังตาส่วนเกิน การเติมเต็มก็สามารถช่วยได้ ซึ่งการเติมเต็มอาจเป็นการใช้สารฟิลเล่อร์หรือไขมัน สำหรับผู้เขียนเองนิยมที่จะใช้ไขมันมากกว่า เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อของเราเอง สามารถอยู่ได้นานหลายปีจนถึงถาวร ส่วนฟิลเล่อร์นั้นมักก่อให้เกิดปัญหาได้ง่ายกว่าทั้งระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งยังต้องทำซ้ำบ่อยๆ ในกรณีที่มีหนังตาหรือถุงใต้ตาร่วมด้วย การผ่าตัดถุงใต้ตาร่วมกับดึงหนังตาล่างให้ตึงพร้อมๆกับปรับแต่งกล้ามเนื้อรอบดวงตาก็สามารถช่วยลดขนาดของร่องตาได้เช่นกัน แต่คงได้ไม่ทั้งหมด คนไข้ส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าถ้าเราดึงหนังตาล่างให้ตึงเหมือนกับเอานิ้วดึงจะทำให้ใต้ตาเรียบเนียนจนไม่เห็นร่อง ซึ่งถ้าทำเช่นนั้นคุณจะได้“ตาแหก ตาปลิ้น” มาเป็นของแถม ในกรณีนี้จึงอาจต้องให้การรักษาทั้งการผ่าตัดและเติมไขมันไปพร้อมๆกัน

สำหรับใต้ตาคล้ำการรักษาจะค่อนข้างยุ่งยากกว่า ในกรณีที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้องเมื่อปรับเปลี่ยนแล้ว อาจดีขึ้นบ้าง(แต่ส่วนใหญ่ ทำไม่ได้) ในกรณีที่เกิดจากเส้นเลือด เลเซอร์เฉพาะเส้นเลือดสามารถช่วยได้ ในกรณีที่ไม่ทราบสาเหตูหรือเกิดจากพันธุกรรม อันนี้คงต้องทำใจหน่อย แต่ถ้าเป็นรอยคล้ำร่วมกับเบ้าตาลึก การเติมไขมันสามารถช่วยให้ส่วนของเงาลดลง อีกทั้งตัวเซลไขมันเองสามารถไปแก้ไขสีผิวได้ในระดับหนึ่ง (Fat rejuvenation )ที่เรียกว่า เซลซ่อมเซล เพราะในไขมันที่เติมเข้าไปมีสเต็มเซลอยุ่จำนวนหนึ่ง แต่การใช้สเต็มเซลจากแหล่งอื่นฉีดเข้าไปนั้น ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศสาตร์มารองรับว่าได้ผลจริงหรือไม่

ร่องตาลึก ใต้ตาคล้ำ คงยังอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน ตราบใดที่เรายังต้องแก่ ใครที่ยังไม่อยากมีก่อนวัยอันควร ก็รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ แต่ถ้าใครที่เกิดขึ้นแล้วก็ไม่ต้องกังวลมากนัก มันก็แค่ทำให้เราสวยน้อยลง”นิดหน่อย”เท่านั้นเอง แต่ถ้าทนไม่ได้จริงๆก็คงต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วล่ะ

Apr 01

ปัญหาฟิลเล่อร์ใต้ตา

ปัญหาฟิลเล่อร์ใต้ตา

aquamidบ่อยครั้งที่คนไข้ได้รับการรักษาถุงใต้ตาหรือร่องใต้ตาด้วยการฉีดสารเติมเต็ม เพื่อทำให้ถุงใต้ตาดูน้อยลง หรือเพื่อเติมให้ร่องใต้ตาดูเต็มขึ้น จริงอยู่การเติมฟิลเล่อร์ในบริเวณนี้สามารถทำได้ ถ้าทำอย่างถูกวิธี เนื่องจากบริเวณนี้มีเส้นเลือดค่อนข้างมาก โอกาสที่สารเติมเต็มหรือฟิลเล่อร์จะหลุดเข้าไปในเส้นเลือดมีสูงมาก ดังนั้นแพทย์จะต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญมากเป็นพิเศษเท่านั้น จึงจะทำแล้วออกมาดีและปลอดภัย

ปัญหาที่พบได้บ่อยจากการเติมร่องใต้ตาด้วยฟิลเล่อร์

1.แก้ไขผิดวิธี
กล่าวคือคนไข้มีถุงไขมันใต้ตา แต่ก็จะพยายามกลบความนูนของถุงด้วยการเติมให้เนื้อเยื่อโดยรอบนูน เท่ากัน ในรายที่ถุงไขมันไม่มากก็สามารถทำได้ แต่ถ้าถุงชัดเจน การใช้สารเติมเต็มหรือฟิลเล่อร์อาจซ้ำเติมปัญหาให้มากขึ้น ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการนำถุงไขมันออกบางส่วนเพื่อให้ผิวหนังบริเวณนี้เรียบขึ้นจะดีกว่า จะด้วยการผ่าตัดจากด้านในด้วยแสงเลเซอร์หรือผ่าตัดจากด้านนอกก็แล้วแต่กรณี

2.ฟิลเล่อร์ที่เติมตื้นเกินไป
ดังที่กล่าวแล้วการเติมฟิลเล่อร์เพื่อให้ร่องใต้ตาเต็มขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่ิองง่าย จึงพบว่าคนไข้ส่วนหนึ่งได้รับการเติมในผิวหนังชั้นตื้น ช่วงที่ยังบวมอยู่อาจดูไม่ออก แต่เมื่อทุกอย่างเข้าที่แล้ว ก็จะปรากฎเป็นแนวๆคล้ายตัวหนอนอยู่ใต้ตา จะชัดเจนมากเวลายิ้ม ยิ่งถ้าเป็นฟิลเล่อร์ชนิดอยู่นานด้วยแล้ว ยิ่งแย่ใหญ่

3.ทำให้การรักษาที่จะตามมาทำได้ยาก
บ่อยครั้งมากที่คนไข้มาหาด้วยเรื่องถุงใต้า แต่เคยฉีดฟิลเล่อร์ใต้ตามาก่อน ทำให้การวินิจฉัยเรื่องถุงใต้ตาผิดพลาดได้ง่าย เนื่องจากแพทย์ที่ฉีดแต่ละท่านก็ไม่เหมือนกัน บางท่านฉีดลึก บางท่านฉีดตื้น ซึ่งกรณีนี้ อาจจำเป็นต้องฉีดสลายดูก่อนถ้าทำได้ แต่ถ้าเป็นฟิลเล่อร์ชนิดอยู่หลายปี อันนี้ก็ต้องผ่าตัดจากด้านนอกอย่างเดียวเท่านั้น โอกาสที่จะผ่าตัดจากด้านในด้วยแสงเลเซอร์ไม่ได้เลย ดังนั้นในกรณีที่เคยฉีดมาก่อนต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง เพื่อประโยชน์แก่ตัวท่านเอง

4.ฟิลเล่อร์ไหล
ฟิลเล่อร์บางชนิดเมื่อถูกความร้อนเช่น ซาวน่าหรือความร้อนจากการทำผม สามารถละลายและเคลื่อนตัวลงมาบริเวณแก้มได้ กรณีนี้จะรักษาได้ค่อนข้างยากจนถึงไม่ได้เลย

5.อื่นๆ
รอยช้ำที่เกิดจากการที่เส้นเลือดแตก ทำให้เป็นรอยคล้ำอยู่นาน, ฉีดตื้นมากเกินไปทำให้เกิดผิวหนังตาย หรือตาบอดจากสารฟิลเล่อร์หลุดเข้าเส้นเลือด เป็นต้น

ดังนั้นก่อนที่จะใช้สารเติมเต็มบริเวณใต้ตาหรือร่องตา คงต้องพิจารณาให้มาก โดยเฉพาะคนที่มีถุงใต้ตาอยู่แล้ว เพราะการป้องกัน ย่อมดีกว่าการแก้ไขครับ

Older posts «