Feb 21

ปัญหาร่องแก้มลึก

paranasal implant

paranasal implant

ปัญหาร่องแก้มลึก
เรื่องของร่องแก้มนั้น เป็นปัญหากับหลายๆท่านที่มีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่รักสวยรักงาม พูดง่ายๆก็คือว่าไม่ยอมให้กาลเวลามาพรากความอ่อนเยาว์ให้หายไป แต่ทุกคนก็ต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน คือเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด
ร่องแก้มเกิดขึ้นได้อย่างไร
เมื่อเราอายุมากขึ้น เนื้อเยื่อต่างๆบนใบหน้า ตั้งแต่ กล้ามเนื้อ คอลลาเจนและผิวหนัง ก็มีความแข็งแรงน้อยลง ทำให้ ไม่สามารถยึดส่วนต่างๆของใบหน้าให้อยู่ที่เดิมได้ แต่บางส่วนของใบหน้านั้นก็มีเอ็นที่ยึดกับผิวหนัง (Facial ligament)ไว้อย่างแข็งแรง ทำให้ความหย่อนคล้อยไม่สามารถร่วงลงมาผ่านจุดยึดตรึงนี้จนเป็นผืนเดียวกันได้ เกิดเป็นรอยพับในตำแหน่งนั้นๆ ที่เห็นได้ชัดคือตำแหน่งของร่องแก้มข้างจมูก และร่องมุมปาก ที่เรียกว่า ร่องน้ำหมาก นั่นเอง
วิธีแก้ไข
ถ้าจะแก้ไขให้ตรงจุดแล้ว ก็จำเป็นที่ จะต้องเข้าไป ผ่าตัด ดึงเอ็นหรือกล้ามเนื้อที่หย่อนให้ยกขึ้นไปสู่จุดเดิม หรือที่เรียกว่า”การดึงหน้า“(Facelift surgery) นั่นเอง แต่เนื่องจากการผ่าตัดดึงหน้าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหญ่และยุ่งยาก หรือในบางรายยังไม่ถึงเวลาที่จะทำเช่นนั้น แต่ก็อยากแก้ไขร่องที่เห็น ให้ดูชัดน้อยลง ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีวิธีการหลายอย่างที่ถูกนำมาใช้

1.การเติมด้วยสารเติมเต็มหรือที่เรียกว่า ฟิลเล่อร์ ข้อดีคือใช้งานง่าย แต่มักอยู่ได้ไม่นานประมาณ 1 ปี

2.การเติมเต็มด้วยไขมัน (Microfat /Nanofat) เป็นวิธีที่ปลอดภัย เนื่องจากเป็นเซลไขมันของเราเอง และ อยู่ได้นานกว่า เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็อาจต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง เนื่องจากไขมันบางส่วนอาจสลายไป

3.การผ่าตัดเสริมซิลิโคน (Paranasal implant) ถือเป็นวิธีการใหม่ล่าสุด เป็นการใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปที่ออกแบบมาให้พอดีกับร่องข้างจมูก มีหลายขนาดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ผลที่ได้นอกจากจะทำให้ร่องแก้มตื้นขึ้นแล้ว ยังสามารถนำมาแก้ไข้กรณีริมฝีปากบนเผยอเห็นฟัน หรือในกรณีที่กระดูกใบหน้าส่วนกลางเหนือริมฝีปากบนแบนได้อีกด้วย เป็นการปรับโครงสร้างใบหน้าไปในตัว ผลที่ได้อยู่นานกว่าวิธีที่กล่าวมาข้างต้น

การผ่าตัดรักษาเสริมซิลิโคนร่องแก้ม เป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้ยาชาเฉพาะที่ โดยมีแผลในช่องปากเหนือเหงือด้านบน ยาวด้านละ 1 ซม.เท่านั้น ระยะเวลาในการพักฟื้นประมาณ 5-7 วัน แล้วแต่บุคคล มีความปลอดภัยเช่นเดียวกับการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน ในกรณีที่มีปัญหาหรือไม่ต้องการเอาไว้ ก็สามารถผ่าตัดเอาออกได้

โดยสรุปก็คือ การแก้ไขปัญหาร่องแก้มลึกนั้น มีหลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Jan 06

ดึงหน้าไหมรังผึ้ง

ดึงหน้าไหมรังผึ้ง
smartmeshคงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า “ไหมรังผึ้ง” ที่ว่านี้ “ไม่ใช่” ไหมที่ใช้สำหรับ”ร้อย”ใบหน้า เหมือนการร้อยไหมทั่วๆไป ซึ่งการร้อยไหมใบหน้าโดยทั่วๆไป เป็นการร้อยเส้นไหมเข้าใบหน้าเป็นลักษณะคล้ายโครงตาข่าย หวังผลกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน วิธีนี้จะไม่ขอกล่าวในที่นี้ว่ามีข้อเสียอย่างไรบ้าง ผู้ที่สนใจสามารถค้นหาได้ในเว็บนี้ เรื่ิองการร้อยไหมได้ผลจริงหรือ

สำหรับไหมรังผึ้ง หรือ Smart Mesh เป็นไหมเย็บแผลชนิดไม่ละลาย(Prolypropelene) มีขนาดเล็ก ประกอบไปด้วยส่วนไหมที่ถักกันเป็นรังผึ้ง(Mesh part) และ  ส่วนไหมที่บากเป็นร่องขนาดเล็ก (Barbed part) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับไหมสมาร์ทโคน หรือ ไหม Silhouette ต่างกันตรงที่เป็นโคนกับตาข่ายรังผึ้ง ซึ่งตามลักษณะของไหมแล้ว ไหมรังผึ้งให้ความแข็งแรงในการยกกระชับได้แข็งแรงมากกว่าไหมสมาร์ทโคน ไหมชนิดนี้จะถูกร้อยผ่านจากแผลขนาดเล็กประมาณหนึ่งเซนติเมตรบริเวณขมับทั้งสองด้าน เข้าสู่ใบหน้าผ่านส่วนลึกของผิวหนังบริเวณชั้น SMAS หลังจากดึงได้ความตึงที่ต้องการแล้ว ปลายไหมจะถูกยึดตรึงที่เนื้อเยื่อแข็งใต้ผิวหนัง บริเวณขมับทั้งสองด้าน เพื่อให้ไหมมีจุดยึดตรึงที่แน่นอน ที่เราเรียกในทางการแพทย์ว่า ไหมแขวนหรือ Suspension thread system ซึ่งจะได้ผลที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าการร้อยไหมโดยทั่วไป เพราะการร้อยไหมพวกนั้น ไม่มีจุดยึดตรึง ลอยๆอยู่ในหน้าเท่านั้น หรือที่เรียกว่า ไหมลอย (Floating thread) ประสิทธิผลของการดึงจึงแตกต่างกัน

การผ่าตัดดึงหน้าด้วยไหมรังผึ้งใช้เวลาไม่นาน ประมาณหนึ่งชั่วโมง บวมไม่มาก ถูกจัดอยู่ในประเภท Minimal invasive surgery ผลของการรักษาอยู่ได้ประมาณ 1-3 ปี หรืออาจนานกว่านั้นได้ แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละบุคคล แผลขนาดเล็กจะถูกซ่อนอยู่ในผมทั้งสองด้าน ไม่ต้องโกนหรือตัดผม เนื่องจากเส้นไหมที่มีขนาดเล็ก และอยู่ในชั้นลึกของผิวหนัง จึงไม่มีปัญหาการมองเห็น คลำได้ หรือเป็นร่องบนใบหน้าแต่อย่างใด

การดึงหน้าด้วยไหมรังผึ้ง เหมาะกับผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยไม่มากนัก ในรายที่ทำการยกกระชับด้วยเครื่องเช่น Ulthera หรือThermage แล้วไม่ได้ผลเป็นที่พอใจ หรือในรายที่ไม่ต้องการให้มีแผลผ่าตัดบริเวณหน้าใบหู เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการผ่าตัด มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

Dec 21

การเรียงไขมันใต้ตา

การเรียงไขมันใต้ตา
fattransเนื่องจากมีคนไข้สอบถามกันเข้ามาเป็นจำนวนมากเรื่องการเรียงไขมันใต้ตา หรือ Fat transposition เลยขอใช้โอกาสนี้ในการทำความเข้าใจ ถึงความแตกต่างในการเอาถุงไขมันใต้ตาออกอย่างเดียวกับการเรียงไขมัน

โดยปกติ ไขมันที่อยู่ใต้ตานั้นมันมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ แต่การที่เราเห็นเป็นก้อนนูนๆออกมา เมื่ออายุมากขึ้น ก็เกิดจากกล้ามเนื้อใต้ตาที่หย่อนยานลง ซึ่งเกิดจากอายุมากขึ้น การใช้สายตาที่ไม่ถูกต้องจนกล้ามเนื้อรอบดวงตาล้า หรือเกิดจากพันธุกรรม เป็นต้น จริงๆแล้วมันไม่ใช่ภาวะโรค แต่ คนส่วนมากรู้สึกว่ามันเป็นสัญญลักษณ์ของการมีอายุ เลยต้องการกำจัดมันทิ้งไป

ในกรณีที่มีแค่ถุงหรือก้อนนูนออกมา การกำจัดทิ้งทำได้ไม่ยาก การผ่าตัดผ่านเยื่อบุหนังตาด้านในด้วยแสงเลเซอร์ แล้วเอาถุงไขมันออก แค่นี้ก็เรียบร้อย ที่เรียกว่า เลเซอร์ถถุงใต้ตา (Laser eyebag removal)
แต่สำหรับบางรายที่มีร่องตาหรือร่องน้ำตาที่ลึก (Tear trough or Hollow under eye)จากหัวตาใต้ต่อถุงใต้ตาลงมาร่วมด้วย การผ่าตัดเอาถุงใต้ตาออกอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหาร่องตาลึกได้ทึั้งหมด ดังนั้นถ้าต้องการแก้ไขปัญหาร่องตาลึกด้วย จำเป็นต้องมีการรักษาเพิ่มเติม ดังนี้

1.นำไขมันที่จะเอาออกโดยเฉพาะส่วนที่อยู่ใกล้ร่องตา มา “ถม” ใส่บริเวณร่องตา เพื่อให้ร่องตาดูลดลง ซึ่งเรียกันทั่วไปว่า “การเรียงไขมันใต้ตา” วิธีนี้ไม่สามารถใช้ได้กับผู้ที่มีไขมันไม่มาก หรือร่องตาลึกมากเกินกว่าที่จะนำไขมันมาใช้ได้ การจะใช้วิธีเรียงไขมันใต้ตา มักจะทำด้วยวิธีการผ่าตัดจากด้านนอกเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการวางหรือเรียงไขมันให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการทำได้ง่ายและสะดวกกว่า
2.ในรายที่ไขมันไม่มาก แต่ร่องตาลึกมากกว่า เราจำเป็นที่จะต้องนำไขมันจากที่อื่นมาเติมร่องตาแทน ซึ่งส่วนมากจะใช้วิธีการดูดไขมันจากบริเวณอื่นเช่นใต้สะดือ ผ่านขบวนการแยกเซลไขมัน แล้วนำมาเติมที่ร่องด้วยการฉีดผ่านเข็มขนาดเล็ก ที่เรียกว่า Lipofill ซึ่งอาจใช้เป็น Microfat หรือ Nanofat ก็ได้ แล้วแต่ข้องบ่งชี้ในรายนั้นๆ วิธีนี้สามารถใช้ได้กับทุกกรณีที่มีร่องตาหรือเบ้าตาลึก และสามารถใช้ร่วมกับการผ่าตัดจากด้านในหรือด้านนอกก็ได้

โดยสรุปก็คือการแก้ไขปัญหาร่องตาลึกที่มีถุงไขมันร่วมอยู่ด้วย สามารถแก้ไขได้หลายวิธี ทั้งการเรียงไขมัน หรือเติมไขมัน ขึ้นอยู่กับสภาพหรือเงื่อนไขที่กล่าวข้างต้น ว่าคนไหนเหมาะกับวิธีอย่างไรมากกว่า การปรึกษาพูดคุยกับศัลยแพทย์โดยตรงจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

Older posts «