May 06

ตาปลิ้นกับการผ่าตัดถุงใต้ตา

ตาปลิ้นกับการผ่าตัดถุงใต้ตา
ectropionเป็นคำถามยอดฮิตและความกลัวอย่างมากของคนทั่วไป ที่มีปัญหาถุงใต้ตาและต้องการแก้ไข ซึ่งบังเอิญไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดจากด้านในโดยใช้แสงเลเซอร์ได้ (วิธีนี้ไม่ทำให้ตาปลิ้นแน่นอน)ทำให้เกิดความกลัวว่าถ้าผ่าตัดจากด้านนอกแล้วตาจะแหกหรือปลิ้นมั้ย เพราะอ่านจากรีวิวในเน็ตเห็นคนพูดถึงเรื่องนี้เยอะมากๆ แบบว่าอยากสวยแต่ไม่อยากได้ตาปลิ้นเป็นของแถม จนแล้วจนรอดจึงไม่กล้าทำสักที

จริงอยู่แม้ว่า การผ่าตัดถุงใต้ตาแบบกรีดจากภายนอกมีความเสี่ยงในเรื่องของตาแหกหรือตาปลิ้น แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้ามีการประเมินสภาพหนังตา ถุงใต้ตาและกล้ามเนื้อตาอย่างละเอียดก่อนการผ่าตัด และที่สำคัญคือการประเมินระหว่างผ่าตัดว่าจะตัดหนังตาส่วนเกินออกมากน้อยแค่ไหนตาจึงจะไม่ปลิ้น ซึ่งแพทย์เองต้องมีความชำนาญและประสบการณ์พอสมควร เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาที่คนไข้กลัว อันนี้เป็นเทกนิกของแพทย์แต่ละท่าน เพราะแม้จะเรียนจบแพทย์จากที่เดียวกัน แต่เทกนิกในการผ่าตัดก็มิได้เหมือนกันเสมอไป คงต้องศึกษาแพทย์แต่ละท่านให้ดีเช่นกัน ยิ่งถ้าไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางแล้วโอกาสที่จะได้ตาแหกตาปลิ้นเป็นของแถมย่อมสูงเป็นเงาตามตัว เพราะในปัจจุบันมีแพทย์ทั่วไปที่ไปอบรมตามที่ต่างๆทั้งในหรือต่างประเทศ สัก 7 วัน 10 วัน แล้วกลับมาประกาศว่าตนนี่แหละเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แบบนี้ก็มีเยอะ อีกประเภทคือใช้โซเชียลมีเดียซึ่งสามารถว่าจ้างได้ไม่ยากนัก ลงความเห็นให้ตนเองเป็น Top surgeon ก็มาก อันนี้ดูแย่สุดๆเลยครับ

ดังนั้นการผ่าตัดถุงใต้ตาด้วยการกรีดจากด้านนอกจึงไม่ใช่การผ่าตัดที่น่ากลัวอย่างที่คิด ปัญหาอยู่ที่ว่าเราได้พบแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้จริงๆหรือไม่มากกว่า

Feb 16

ข้อคิดก่อนยกหางตาผ่านกล้อง

ข้อคิดก่อนยกหางตาผ่านกล้อง
endo_browliftด้วยความง่ายของการถ่ายรูปผ่านกล้องในโทรศัพท์มือถือ ทำให้หลายท่านมักจะจดจ้องและจับผิดใบหน้าของตนเองมากขึ้น ปัญหาหนึ่งที่คนไข้สอบถามกันเข้ามาอย่างมากมายคือเรื่องหนังตาตกและหางตาตก เหตุผลประกอบส่วนใหญ่คือทำให้ดูเศร้า หน่าตาไม่สดใส โหงวเฮ้งไม่ดี เป็นต้น
หลายๆท่านที่ไปปรึกษาแพทย์(บางท่าน) ส่วนหนึ่งมักได้รับคำแนะนำให้ดึงหางคิ้วหรือยกหางตาผ่านกล้อง หลายท่านก็เกิดความลังเลสงสัยว่าต้องทำขนาดนั้นเลยหรือ เพราะอายุก็แค่30 ต้นๆ หรือบางรายไม่ถึง 30 ด้วยซ้ำ
ภาวะหางตาตก(Lateral brow drooping/ptosis) นั้นเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุด้วยกัน ส่วนหนึ่งเป็นจากโครงสร้างของเราเอง บางรายเป็นพันธุกรรม อีกส่วนหนึ่งเป็นไปตามวัยที่เมื่ออายุมากขึ้นส่วนของผิวหนังบริเวณหน้าผากและขมับมีการหย่อนคล้อยลงมา ทำให้ช่องว่างระหว่างชั้นตาและคิ้วแคบลง หางตาก็ชี้ลงตามไปด้วย
การแก้ไข

ในกรณีที่เกิดจากโครงสร้าง และอายุน้อย การแก้ไขจะทำได้ยากและไม่ค่อยได้ผล เนื่องจากตัวผิวหนังเองจะมีความตึงตัวค่อนข้างมาก บางรายมีปัญหาที่โครงกระดูกใบหน้าบริเวณโหนกเบ้าตา ถ้าจะแก้ไขต้องแก้ที่ส่วนของกระดูกด้วยจึงจะได้ผล ที่สำคัญเวลาแก้ไขก่อนวัยอันควร จะก่อให้เกิดพังผืดบริเวณที่ทำการผ่าตัด ซึ่งจะทำให้การผ่าตัดครั้งต่อไปทำได้ยากและมีความเสี่ยงมากขึ้น อีกทั้งผลของการดึงหรือยกมักจะดูดีเพียงช่วงระยะสั้นๆเท่านั้น จากนั้นก็จะตกลงมาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากแรงตึงที่ผิวหนังมีมากในวัยนี้

แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีผิวหนังเหนือคิ้วคล้อยหรือตกตามวัย ในกรณีที่เคยกรีดหนังตาบนมาแล้ว การดึงหรือยกหางตาผ่านกล้องถือว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดี สามารถยกหางตาขึ้น พร้อมๆกับเพิ่มช่องว่างระหว่างชั้นตาและคิ้วซึ่งจะช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่่อนวัย มีความปลอดภัยสูงเนื่องจากการผ่าตัดผ่านกล้องสามารถมองเห็นโครงสร้างที่สำคัญได้เป็นอย่างดี และระยะพักฟื้นก็สั้นกว่าการผ่าตัดแบบเดิม

ดังนั้นการดึงหางตาผ่านกล้องเราจึงควรเก็บไว้ในยามที่ทำแล้วได้ผลจริงๆเท่านั้น มิใช่สักแต่ว่าทำๆไปตามแฟชั่นหรือตามการโฆษณาชวนเชื่อแบบที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าตนเองนั้นเหมาะกับการดึงหางตาผ่านกล้องหรือไม่ แนะนำให้ปรึกษากับศัลยแพทย์หลายๆท่านครับ

Jan 30

ทำไมต้องเสริมหน้าผากผ่านกล้อง

ทำไมต้องเสริมหน้าผากผ่านกล้อง
endoforeheadimplant การเสริมหน้าผากในปัจจุบัน มีด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้สารเติมเต็ม พวกฟิลเล่อร์ ซึ่งทำได้ง่ายด้วยการฉีด แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของการสลายตัวที่ไม่สม่ำเสมอ รวมถึงราคาที่สูงและต้องฉีดเติมบ่อยๆ อีกวิธีหนึ่งที่นิยมทำกันก็คือการเติมด้วยไขมันของเราเอง แม้ว่าไขมันจะอยู่ได้นานกว่าฟิลเล่อร์ แต่ในบางกรณีไขมันอาจจับตัวเป็นก้อนหรือสลายตัวไม่สม่ำเสมอ ทำให้ไม่เรียบเท่าที่ควร จะสังเกตได้ชัดเวลากระทบกับแสง อาจต้องทำการฉีดเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และการแก้ไขในแต่ละครั้งก็ทำได้ค่อนข้างยาก
ด้วยนวัตกรรมการสร้างแผ่นซิลิโคนเฉพาะบุคคล (Custom made forehead implant) ทำให้แผ่นซิลิโคนเหมาะกับพื้นผิวหน้าผากในแต่ละราย สามารถกำหนดจุดนูน(Projection) ของหน้าผากได้ตามสัดส่วนของใบหน้า ทำให้การเสริมหน้าผากด้วยแผ่นซิลิโคนกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง เพราะสามารถแก้ไขปัญหาซิลิโคนแบบเดิมๆได้ อาทิเช่น การแต่งซิลิโคนที่ไม่พอดีกับหน้าผาก ผิวซิลิโคนที่แต่งได้ไม่เรียบเนียนพอ เห็นขอบและรอยต่อของแผ่นซิลิโคนกับผิวหนังข้างเคียง แผ่นซิลิโคนที่แข็งเกินไป เป็นต้น

การใช้กล้องเข้ามาช่วยในการผ่าตัดดีอย่างไร
การผ่าตัดเสริมหน้าผากในปัจจุบันใช้วิธีที่เรียกว่า Blind technique หรือการผ่าตัดแบบมองไม่เห็นเนื้อเยื่อภายใน โดยผ่านแผลที่หนังศรีษะ แล้วใช้เครื่องมือกวาดเข้าใต้ผิวหนัง เพื่อสร้างช่องสำหรับการวางแผ่นซิลิโคน แม้ว่าเป็นวิธีที่สามารถทำได้ แต่ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน เนื่องจากไม่สามารถหลบเลี่ยงเส้นเลือดหรือเส้นประสาทที่สำคัญได้ อีกทั้งการสร้างช่อง(Pocket)สำหรับวางแผ่นซิลิโคนก็ใช้วิธีประมาณเอา ซึ่งแตกต่างจากการใช้กล้องขนาดเล็กเข้ามาช่วยในการผ่าตัด เนื่องจากกล้องมีขนาดเล็ก จึงไม่ได้เพิ่มขนาดของแผล อีกทั้งการใช้กล้องยังสามารถมองเห็นส่วนต่างๆใต้ผิวหนังได้อย่างชัดเจน โอกาสที่จะทำอันตรายกับเส้นเลือดหรือเส้นประสาทจึงไม่มี อีกทั้งยั้งสามารถเห็นขอบเขตภายในได้โดยรอบ ทำให้การสร้างช่องและการวางแผ่นซิลิโคนหน้าผากมีความแม่นยำลดปัญหาเรื่องรอยต่อได้ดีขึ้น

การผ่าตัดเสริมหน้าผากผ่านกล้อง (Endoscopic forehead implant) ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในเมืองไทย ที่สามารถทำได้เพียงไม่กีแห่งเท่านั้น เนื่องจากต้องอาศัยอุปกรณ์ชุดการผ่าตัดผ่านกล้องและความชำนาญของแพทย์ด้วยจึงจะสามารถทำได้

Older posts «